ReadyPlanet.com


Patch นี้มีเรื่องราว (Royal Guard)...๑๖


            ผมทำกระทู้ "Patch นี้มีเรื่องราว" มา ๑๕ ตอนแล้ว  ในกระทู้นี้ขอนำเสนอเรื่องราวของเครื่องหมายบ้าง  เป็นความตั้งใจแต่แรก (อีกแล้ว) ที่จะเปิดพื้นที่สัก ๑ กระทู้เพื่อนำเสนอหลักสูตรการฝึกพิเศษที่เป็นหลักสูตรเฉพาะของหน่วยทหารรักษาพระองค์  จากพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในเครื่องแบบผู้บังคับการพิเศษแห่งกรมทหารราบที่ ๒๑  รักษาพระองค์ (ร.๒๑ รอ.) ข้างต้น  ทุกท่านคงพอเดาออกแล้วนะครับ..."เครื่องหมายความสามารถพิเศษทหารเสือ  แห่งกรมทหารราบที่ ๒๑  รักษาพระองค์"

 

ประวัติหน่วย

            กรมทหารราบที่ ๒๑  รักษาพระองค์ (ร.๒๑ รอ.) ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ ก.ย.๒๔๙๓ ตามคำร้องขอของสหประชาชาติเพื่อเข้าช่วยเหลือรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีใต้  ในการยับยั้งการรุกรานของฝ่ายคอมมิวนิสต์โดยใช้นามหน่วยในครั้งแรกเริ่มว่า "กรมผสมที่ ๒๑"  มีที่ตั้งกองบังคับการชั่วคราวอยู่ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม

            ๑ ส.ค.๒๕๐๒...แปรสภาพหน่วยเป็นกรมทหารราบที่ ๒๑  รักษาพระองค์ (ร.๒๑  รอ.) ในองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  และทางหน่วยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานยศทางทหารให้ทรงดำรงตำแหน่ง "องค์ผู้บังคับการพิเศษ" นับแต่นั้นเป็นต้นมา

            ๒๑ ส.ค.๒๕๐๔...สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  เสด็จฯเยี่ยม ร.๒๑ รอ. ณ.ที่ตั้งจังหวัดพระนคร  นับเป็นศุภนิมิตอันประเสริฐยิ่ง  ร.๒๑ รอ. จึงได้ถือเอาวันที่ ๒๑ ส.ค.ของทุกปีเป็นวันที่ระลึกของหน่วยมาโดยตลอด

            ปีพ.ศ.๒๕๑๑...ร.๒๑ รอ. ได้ย้ายจากที่ตั้งเดิมในจังหวัดพระนคร  ไป ณ. ตั้งปัจจุบันที่  ต.บ้านสวน  อ.เมือง  จ.ชลบุรี

            ปีพ.ศ.๒๕๑๙...สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามค่ายอันเป็นที่ตั้งของหน่วยใหม่ว่า "ค่ายนวมินทราชินี"  พร้อมทั้งพระราชทานสมญานามของ ร.๒๑ รอ. ว่า "ทหารเสือนวมินทราชินี"

            ๑ ก.พ.๒๕๑๙...กองทัพบกได้โอนการบังคับบัญชา ร.๒๑ รอ. เป็นหน่วยขึ้นการบังคับบัญชากับกองพลทหารราบที่ ๒  รักษาพระองค์ (พล.ร.๒ รอ.) มาจนถึงปัจจุบัน

 

ความเป็นมาหลักสูตรทหารเสือ

           ร.๒๑ รอ. ได้รับอนุมัติจากกองทัพบกให้สามารถดำเนินการฝึกหลักสูตรทหารเสือ  เพื่อเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  ที่ทรงมีพระราชประสงค์จะเพิ่มพูนขีดความสามารถกำลังพลหน่วยนี้ให้มีจิตใจกล้าหาญ  เด็ดเดี่ยว  และพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายทุกรูปแบบ  โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๒๔ จนถึงปัจจุบัน...มีกำลังพลสำเร็จการฝึกไปแล้ว ๑๕ รุ่น (เปิดการฝึก ๒ ปี / ๑ รุ่น)

            ผู้สำเร็จการฝึกจะได้รับพระราชทานเครื่องหมายความสามารถทหารเสือ  จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งถือเป็นที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของเหล่าทหารเสือนวมินทราชินีทุกนาย

 

ความหมายเครื่องหมายเชิดชูเกียรติทหารเสือ

            "หัวใจสีม่วง"  หมายถึง  ผู้บริสุทธิ์  ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต  และจริงใจเป็นที่ตั้ง  ทั้งนี้เพราะผู้ที่ใกล้เสียชีวิต  หัวใจจะกลายจากสีแดงเป็นสีม่วง  บุคคลนั้นจะไม่มีการพูดโกหกหรือปิดบังสิ่งใดๆ  ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  ได้ทรงพระราชทานหัวใจสีม่วงนี้แก่กำลังพล ร.๒๑ รอ.ทุกนาย  ด้วยทรงมุ่งหวังให้กำลังพลทหารเสือทุกนายเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต  และจงรักภักดีต่อชาติ  ศาสนา  และพระมหากษัตริย์

           "พระนามาภิไธยย่อ สก."  หมายถึง  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  องค์ผู้พระราชทานกำเนิดทหารเสือ

            "เสือประคองหัวใจสีม่วง"  หมายถึง  กำลังพลทหารเสือทุกนายที่เทิดทูนความซื่อสัตย์สุจริต  และจงรักภักดีแทบเบื้องยุคลบาทองค์พระมหากษัตริย์  และราชวงศ์ด้วยความจริงใจ

            "ภูเขา  เกลียวคลื่น  และก้อนเมฆ"  หมายถึง  ทุกแห่งทุกหนไม่ว่าจะเป็นบนฟ้า  พื้นดิน  ภูเขา  และในทะเล  ทหารเสือทุกนายพร้อมที่จะดั้นด้นไป  เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของชาติ  และองค์พระมหากษัตริย์

            สำหรับเครื่องหมายแถบแพรฟ้า...จะแสดงว่าผู้นั้นเป็นทหารเสือที่ผ่านหลักสูตรการฝึกมา  ส่วนเครื่องหมายแถบแพรสีแดง...จะเป็นทหารเสือกิตติมศักดิ์  ซึ่งประดับให้กับผู้ที่กระทำคุณงามความดีให้แก่ชาติและราชบัลลังก์โดยสม่ำเสมอ



ผู้ตั้งกระทู้ ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2008-10-28 07:55:41 IP : 125.24.7.41


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1308196)

            กระทู้นี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ ต.ค.๒๕๕๑  ผมตั้งใจจะให้กระทู้นี้เป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยทหารรักษาพระองค์  โดยเฉพาะอยากเผยแพร่ข้อมูลหลักสูตรการฝึกกำลังพลเฉพาะภายในหน่วยทหารรักษาพระองค์นั้นๆเท่าที่ผมมีข้อมูลให้นักสะสมได้ทราบกัน  ซึ่งในบางโอกาสก็ได้รับเกียรติจากพี่ๆน้องๆในหน่วยทหารักษาพระองค์นั้นๆเอื้อเฟื้อข้อมูลมาให้  ก็กราบขอบคุณผ่านทางหน้าเว็บนี้อีกครั้งครับ

            วันนี้ครบ ๑ เดือนพอดี...อยากจะย้อนต้นกำเนิดของหน่วยทหารรักษาพระองค์หน่วยแรกที่ถือกำเนิดขึ้นในกองทัพไทย  ซึ่งปัจจุบันหน่วยนี้มีการพัฒนาหลักสูตรการฝึกกำลังพลเฉพาะภายในหน่วยคล้ายๆกับการฝึกหลักสูตรทหารเสือของ ร.๒๑ รอ.  แต่ผมยังได้ข้อมูลหลักสูตรไม่ครบ  จึงขอนำเสนอสิ่งต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับหน่วยทหารหน่วยนี้  โดยเมื่อวันที่ ๑๑ พ.ย.๒๕๕๑ ที่ผ่านมาเป็นที่ ๑๔๐ แห่งการสถาปนาหน่วย...

กรมทหารราบที่ ๑  มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประวัติหน่วย

            ร.๑ รอ. มีถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆกับกิจการทหารรักษาพระองค์และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์  กล่าวคือ

            ปีพ.ศ.๒๔๐๔...พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชากาลที่ ๕) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รวบรวมบุตรในราชตระกูลและบุตรข้าราชการที่ยังเยาว์วัยมาทดลองฝึกหัดเป็นทหาร  ตามยุทธวิธีแบบใหม่เช่นเดียวกับทหารม้า  ซึ่งในครั้งแรกนั้นมี ๑๒ นาย  โดยทำหน้าที่ไล่นกกาที่บินมารบกวนในเวลาทรงบาตร  ตลอดจนตั้งแถวรับเสด็จฯ ณ ที่นั้นทุกเช้า  เรียกกันว่า "มหาดเล็กไล่กา"

            ปีพ.ศ.๒๔๑๑...หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่านพ้นไปแล้ว  ได้โปรดเกล้าฯให้รวบรวมทหารมหาดเล็กข้าหลวงเดิมจำนวน ๒๔ นาย  ตั้งขึ้นเป็นหน่วยทหารอีกหน่วยหนึ่งเรียกว่า "ทหารสองโหล" มีหน้าที่เฝ้าพระฉากตามเดิม  แต่ในตอนเช้าและตอนเย็นต้องมาเข้ารับการฝึกทหาร

            ปีพ.ศ.๒๔๑๓...ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง  ชูโต) ตำแหน่งจางวางมหาดเล็ก  ทำการคัดเลือกบรรดาบุตรในราชตระกูลและบุตรข้าราขการที่เป็นมหาดเล็ก  เพื่อจัดตั้งเป็น "กองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์"  ทำหน้าที่รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิดและตามเสด็จฯในเวลาเสด็จประพาสหัวเมือง  ในชั้นนี้ได้คัดเลือกไว้ได้ ๔๘ นาย  เมื่อรวมกับทหารสองโหลของเดิมแล้ว  จึงมีทหารมหาดเล็กรวมทั้งสิ้น ๗๒ นาย

            เมื่อการปฏิบัติหน้าที่กว้างขวางขึ้น  จำนวนทหารที่มีอยู่เดิมจึงไม่เพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่  จึงโปรดเกล้าฯให้พระยาสุรศักดิ์มนตรีคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นทหารเพิ่มขึ้น  ในการนี้พระยาสุรศักดิ์มนตรีได้นำบุตรชาย คือ นายเจิม  ชูโต (ต่อมา คือ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี : เจิม  แสง - ชูโต) เข้าถวายตัวเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์  โดยสมัครเป็นตัวอย่างคนแรก (เนื่องจากสมัยนั้นคนไทยไม่นิยมการเป็นทหาร)  ทำให้มีจำนวนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นทั้งที่เป็นเด็กและผู้ใหญ่  เพราะทุกคนต่างรู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลที่จะได้รับราชการใกล้ชิดองค์พระมหากษัตริย์

            ปีพ.ศ.๒๔๑๔...ได้โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เดิมขึ้นเป็น "กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์" และทรงดำรงพระยศเป็นนายพันเอก  ตำแหน่งผู้บังคับการกรมด้วยพระองค์เอง  อีกทั้งทรงจัดระเบียบในกรมทหารนี้จนมั่นคงดีขึ้นตามลำดับ  และได้ทรงขนานนามหน่วยนี้เสียใหม่ว่า "กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์"  ซึ่งทางหน่วยก็ได้รับพระราชทาน "ตราราชวัลลภ" ในปีเดียวกันนี้ด้วย

            ปีพ.ศ.๒๔๑๗...โปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง "กองทหารม้า" ขึ้นในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์  นับเป็นการสถาปนากิจการทหารม้าในประเทศไทย

            ปีพ.ศ.๒๔๑๘...โปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง "กองทหารช่าง" ขึ้นในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์  ทั้งยังได้ดำเนินการฝึกหัดวิชาแผนที่ในกองทหารช่างนี้  ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นกิจการทหารช่างและกิจการแผนที่ทหารในประเทศไทย

            ปีพ.ศ.๒๔๒๐...โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติข้อบังคับสำหรับกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์  เพื่อให้การจัดหน่วยเป็นแบบแผนเดียวกัน  เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ  โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรม  และทรงตั้งผู้รับสนองพระบรมราชโองการมาสั่งการแก่ทหาร  และนำกิจการในโรงทหารขึ้นกราบบังคมทูลฯ

            ปีพ.ศ.๒๔๓๐...โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติจัดการทหารขึ้น  มีผลให้กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์  ถูกปรับสายการบังคับบัญชาให้เป็น "กองทหารราบ  ในมหาดเล็กรักษาพระองค์"  โดยเทียบเท่ากองพันทหารราบเท่านั้น

           ปีพ.ศ.๒๔๕๐...พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้ประทับที่พระราชวังดุสิตเป็นการถาวร  มีการจัดทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์จำนวน ๓ กองร้อยไปถวายความปลอดภัย  ต่อมาได้พระราชทานนามหน่วยใหม่ว่า "กรมทหารราบที่ ๑  มหาดเล็กรักษาพระองค์"

            ๒๓ ต.ค.๒๔๕๓...พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต  พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) มีพระราชดำริว่า "ควรจะยกกรมนี้ถวายแด่สมเด็จพระบรมชนกาธิบดี  ให้เป็นข้าสืบไปชั่วกัลป์ปาวสานต์"  จึงโปรดเกล้าฯให้ขนานนามกรมทหารนี้ว่า "กรมทหารบกที่ ๑  มหาดเล็กรักษาพระองค์  ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"  และให้มีเครื่องหมายเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จปร ติดที่อินธนูทหารในกรมนี้

            ครั้นต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗)  หน่วยได้รับการนามใหม่เป็น "กรมทหารราบที่ ๑  มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ  ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"  และใช้นามนี้สืบมาจนปัจจุบัน

 

ความหมายตราราชวัลลภ

 

 

            พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานตราราชวัลลภนี้ให้กับกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เมื่อปีพ.ศ.๒๔๑๔  โดยมีความหมายดังนี้

"พระเกี้ยวมีรัศมีประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า  ประกอบฉัตรคู่ ๗ ชั้น"  หมายถึง  องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

"รูปอาร์มตรงกลางมีช้างสามเศียร"  หมายถึง  ราชอาณาจักรไทย

"คชสีห์ถือดาบและโล่"  หมายถึง  ฝ่ายกลาโหมหรือฝ่ายทหาร (ด้านซ้าย)

"ราชสีห์ถือเคียวและรวงข้าว"  หมายถึง  ฝ่ายมหาดไทยหรือฝ่ายพลเรือน (ด้านขวา)

คำว่า "ราชวัลลภ"  แปลว่า  ที่รักสนิทคุ้นเคยของพระราชา

 

ความหมายเครื่องหมายเชิดชูเกียรติหลักสูตรทหารมหาดเล็ก

 

"พระเกี้ยวมีรัศมีประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า  ประกอบฉัตรคู่ ๗ ชั้น"  หมายถึง  องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

"รูปอาร์มตรงกลางมีช้างสามเศียร  พื้นหลังสีชมพูภายในกงจักร"  หมายถึง  ราชอาณาจักรไทย

"คชสีห์"  หมายถึง  ฝ่ายกลาโหมหรือฝ่ายทหาร (ด้านซ้าย)

"ราชสีห์"  หมายถึง  ฝ่ายมหาดไทยหรือฝ่ายพลเรือน (ด้านขวา)

            รูปสัตว์คชสีห์และราชสีห์  รวมความแล้วหมายความว่า  ข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนที่มีหน้าที่ป้องกันและปกครองแว่นแคว้นประเทศไทย  อันมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประมุข

"ดอกมะเขือ"  หมายถึง  ความสงบสุข  อ่อนน้อมถ่อมตน (ด้านล่างซ้าย)

"รวงข้าว"  หมายถึง  ประชากรของประเทศประกอบอาชีพหลักเกษตรกรรม (ด้านล่างขวา)

ภาษาบาลี "วิเชตฺวา  พลตา  ภูปํ  รฏฺเฐ  สาเธตุ  วุฑฺฒิโย"  แปลว่า  ขอให้กองทหารจงยังพระราชาให้มีชัยชนะและความเจริญให้สำเร็จในแผ่นดิน

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-11-28 09:52:12 IP : 125.24.44.110



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.