ReadyPlanet.com


Patch นี้มีเรื่องราว (Royal Flight)...๔


            เดิมทีกระทู้นี้เป็นเรื่องราวของเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ ก  [ บ.ล.๒ ก : BT - 67 ]  แต่ข้อมูลที่นำเสนอยังไม่สมบูรณ์  ผมจึงขอลบกระทู้ออกไปทั้งหมด  แต่เรื่องราวที่มาแทนนี้ก็เป็นเรื่องราวที่สำคัญและผมเห็นว่านักสะสมน่าจะสนใจในเรื่องที่เป็นมงคลนี้..."เครื่องบินพระราชพาหนะ" ครับ

(๑)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒  [ บ.ล.๒ : C - 47 ]

            กองทัพอากาศจัดถวายเครื่องบินลำเลียงแบบ C - 47 หมายเลข ๑๐๐๕๓๖ ให้เป็นบ.พระราชพาหนะเครื่องแรกของไทย  เครื่องบินเครื่องนี้เคยเป็นเครื่องบินประจำตัวของจอมพลลอร์ด  หลุยส์  เม้าท์แบทเทิล  ผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งต่อมาได้น้อมเกล้าฯถวาย

 

(๒)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๓  [ บ.ล.๓ : C - 54 ]

            บริษัท  เดินอากาศไทย  จำกัด (ในสมัยนั้น) ได้สั่งซื้อเข้ามาใช้เป็นเครื่องบินโดยสารในสายการบินของตน  ต่อมากองทัพอากาศได้ขอซื้อต่อมาเพื่อจัดถวายเป็นบ.พระราชพาหนะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ในการเสด็จฯเยือนต่างประเทศ

 

(๓)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๔  [ บ.ล.๔ : C - 123B ]

            ปีพ.ศ.๒๕๑๖ กองทัพอากาศจัดถวายเครื่องบินลำเลียงแบบ C - 123B หมายเลข ๐ - ๔๐๕๗๑ เป็นบ.พระราชพาหนะ  โดยกองทัพอากาศได้รับอากาศยานรุ่นนี้จำนวน ๒๒ เครื่อง  ตามโครงการให้ความช่วยเหลือทางทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกา (ไม่มีภาพแสดง)

 

(๔)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๔ ก  [ บ.ล.๔ ก : C - 123K ]

            ปีพ.ศ.๒๕๑๙ กองทัพอากาศจัดถวายเครื่องบินลำเลียงแบบ C - 123K หมายเลข ๕๕ - ๕๖๙ เป็นบ.พระราชพาหนะ

 

 

(๕)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๕  [ บ.ล.๕ : AVRO - 748 ]

            ปีพ.ศ.๒๕๑๘ กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ ๒ เครื่องจากประเทศอังกฤษเพื่อจัดถวายเป็นบ.พระราชพาหนะ  เป็นเครื่องบินหมายเลข ๑๑ - ๑๑๑ (ภาพบน) และ ๙๙ - ๙๙๙ (ภาพล่าง)

  

 

(๖)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๖  [ บ.ล.๖ : MERLIN  4A ]

            ปีพ.ศ.๒๕๒๑ กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องลำเลียงแบบ MERLIN 4A จำนวน ๒ เครื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา  เพื่อจัดถวายเป็นบ.พระราชพาหนะ  เป็นเครื่องบินหมายเลข ๒๑ - ๑๑๑ (ไม่มีภาพแสดง) และ ๒๙ - ๙๙๙ (แสดงในภาพ)

 

 

(๗)  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๑  [ บ.ล.๑๑ : BOEING  737 - 200 ]

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เสด็จฯทรงเจิมเครื่องบินเครื่องนี้เมื่อวันที่ ๔ ม.ค. ๒๕๒๗  ถือว่าเป็นบ.พระราชพาหนะที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น (หมายเลขเครื่อง ๒๒ - ๒๒๒)



ผู้ตั้งกระทู้ ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2008-06-28 17:01:43 IP : 125.24.55.121


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1286238)

            คุณกฤต (patch_2901@hotmail.com) นักสะสมของที่ระลึกทางทหารตัวยงท่านหนึ่ง  ได้กรุณาส่งอีเมล์บทคัดลอกสองบทความอันเกี่ยวเนื่องที่มาของตรากองบิน ๖ มาให้ผมเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๘ มิ.ย.๒๕๕๑  เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากเพราะกล่าวถึงบุคคลผู้ออกแบบตราสัญลักษณ์กองบิน ๖ ท่านแรกเอาไว้ด้วย  ต่อไปนี้คือเนื้อหาของคุณกฤตครับ...

            "อ่าน Patch นี้มีเรื่องราว...ตอนที่ ๔  เห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องราวของเครื่องบินลำเลียง  ซึ่งส่วนใหญ่ประจำการที่กองบิน ๖  ซึ่งผมได้คัดลอกบทความจากนิตยสาร TANGO มาให้ท่านบก.ฉลามชลพิจารณาเพื่อนำเสนอว่า "Patch กองบิน ๖ มีเรื่องราว"  โดยแนบรูปอาร์มกองบิน ๖ แบบแรกจากพ.อ.อ. รัชต์  รัตนวิจารณ์  โดยมีเรื่องราวนำเสนอดังนี้"

            ...ดาโกต้าของฝูง ๑ เมื่อมาอยู่กับเราใหม่ๆก็ทาสีเขียวทหารนั่นแหล่ะ  ไม่ใช่สีพราง  พอห่างสงครามเข้าและเริ่มเอาไปบินเมล์ในประเทศตามเส้นทางหลัก ก็พวกดอนเมือง, พิษณุโลก,  เชียงใหม่  แถวๆนี้แหละ  เราก็ลอกสีเขียวออกเหลือแต่สีผิวโลหะขัดขาว  เขียนแถบสีน้ำเงินตามยาวของลำตัว  ตรงหัวแถบไกล์ห้องนักบินก็เอาเครื่องหมายคอตรา บน.๖  ซึ่งตอนนั้นเปลี่ยนเป็น "กองบินลำเลียง"  เครื่องหมายคอก็เลยตัดเลข ๖ ออก  เหลือเพียงช่อชัยพฤกษ์ล้อมปีกดาวเท่านั้น  เป็นเครื่องหมายเขียนติดเครื่องบินอยู่นานทั้ง C - 47 และ C - 45

            จนกระทั่งพวกเราไปทำงานในหน่วยบินลำเลียงร่วมรบสหประชาชาติรุ่นที่ ๕ กลับมาแล้วนั่นแหละ  วันหนึ่งน.ท. เกียรติ  เฟื่องวุฒิราญ  รองผู้บังคับการกองบิน  ขณะนั้นเดินเข้ามาในห้องพักนักบินฝูง ๖๑  เรียกข้าพเจ้า ( น.ต. กระสินธุ์  นาคะอภิ ) และ ร.อ. ม.ร.ว. คำพูน  ทองแถม  นักบินและนักบินรุ่นเดียวกัน  เข้าไปปรึกษาว่าจะให้ออกแบบเครื่องหมายกองบิน ๖ ให้ใหม่  โดยให้ไอเดียเป็นแนวทางว่า  พวกนักบินฝูงเราส่วนใหญ่เกือบทุกคนผ่านสงครามเกาหลีมาได้  ผ่านหลักสูตรการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน ( INSTRUMENT  FLYING  RATING  COURSE ) ของทอ.อเมริกันมา  บ้างก็ได้ WHITE  CARD  บางคนก็ถึงขั้น GREEN  CARD  สามารถบินได้ทั้งกลางวัน  กลางคืน  ฝนตก  ฟ้าร้อง  ฟ้าแลบ  แต่ไม่ถึงกับฟ้าผ่า  และสมัยนั้นเราบินต่างประเทศกันเป็นว่าเล่นด้วยดาโกต้านี่แหละ  เราบินทำ FLY  RUNS รับส่งอะไหล่อากาศยานจากการช่วยเหลือของอเมริกันที่ฐานทัพอากาศคลาร์ก  ประเทศฟิลิปปินส์  สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง  สลับด้วยไทเป  ไทนาน  และฮ่องกงบ้าง  ประมาณเดือนละครั้ง  ส่วนภารกิจอื่นเช่น  พานักเรียนเสนาธิการทหารอากาศดูงานตามประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง

            ท่านว่าเราบินกันเกือบครึ่งโลก  ดังนั้นจึงควรมีลูกโลกเป็นพื้น  แบ่งเป็นสองสี  สีฟ้าหมายถึงบินกลางวันอากาศสดใส  สีน้ำเงินหมายถึงบินกลางคืนสภาพอากาศมืดมัว  คั่นด้วยสายฟ้าแลบ  และประกอบด้วยดาว ๖ ดวงหมายถึง กองบิน ๖  ส่วนคำขวัญนั้นพวกเราติดใจ "VALOUR  WITHOUT  ARMS" ซึ่งเป็นคำขวัญของกองบินลำเลียงอเมริกัน 374th  TROOPS  CARRIER  WING ( H ) ที่ ROYAL  THAI  AIRFORCE  DETACHMENT เราไปขึ้นสังกัดอยู่  คำว่า "ผู้กล้าที่ปราศจากอาวุธ" นี่มันตรงกับภารกิจของหน่วยบินลำเลียงเสียจริงๆ  แต่ท่านบอกว่าเพื่อจะให้ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์ก็ควรจะเป็นคำบาลีเหมือนที่เราสวดมนต์นั่นแหละ

            บุคคลท่านแรกที่เรานึกถึงได้ก็คือ  ท่านอาจารย์แย้ม  ประพัฒน์ทอง  ซึ่งเป็นครูสอนวิชาศีลธรรมพวกเราตั้งแต่เป็นศิษย์การบิน  พอบอกความหมายกว้างๆของคำภาษาอังกฤษให้ท่านฟังก็ได้คำว่า "สุรโยโธ  นิราโวโธ" มาประดับไว้ในขอบบน  เอาภาษาอังกฤษไว้ขอบล่าง  หม่อมคำพูน ( ร.อ. ม.ร.ว. คำพูน  ทองแถม ) จิตรกรเฉลยศักดิ์ ( พวกช่างวาดเขียนสำเร็จเอง  ไม่เคยเข้าศึกษาวิจิตรศิลป์จากสำนักไหน ) ก็เอากลับไปเนรมิตที่บ้าน  เขียนด้วยสีน้ำมันลงบนไม้อัดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑ ฟุต  นำมาเสนอภายในอาทิตย์เดียว  และก็ได้รับอนุมัติในที่ประชุมให้ใช้เป็นตรากองบิน ๖ มาจนทุกวันนี้  ส่วนตัวต้นแบบร.อ. ม.ร.ว. คำพูน  ทองแถม  ขอกลับคืนเอาไปติดโชว์ไว้ในห้องรับแขกด้วยความภาคภูมิใจ  ถ้าใครสนใจก็อาจขอไปชมได้ที่บ้าน ซ.ลาดพร้าว ๑๕ ( ซ.จอมพล ) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ  และไม่เก็บค่าเข้าชม

            แต่เดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าเอาภาษาอังกฤษออกแล้วใส่คำว่า "กองบิน ๖" เข้าไปแทนที่  ก็คงจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าดาว ๖ ดวงที่คนคร้านที่จะนับ...

ที่มา : นิตยสาร TANGO ฉบับที่ ๓๒  หน้าที่ ๕๐ - ๕๒ "เกล็ดการบินกับ DAGOTA. ( II )  โดยน.ต. กระสินธุ์  นาคะอภิ

            ...ในปีพ.ศ.๒๔๙๖ ใช้ชื่อว่า "กองบินน้อยที่ ๖" ใช้เครื่องหมายอาร์มปีกพร้อมตัวเลขไทย ๖ ที่อยู่ระหว่างกลางปีกบนรูปอาร์มเพื่อแสดงว่าเป็นกองบินน้อยที่ ๖  ครั้งปีพ.ศ.๒๕๐๐ กองทัพอากาศมีคำสั่งให้ยกเลิกคำว่ากองบินน้อยทั้งหมด  ทุกกองบินให้ใช้คำว่ากองบิน  ดังนั้นกองบินแห่งนี้จึงใช้ชื่อว่ากองบิน ๖  โดยใช้เครื่องหมายกองบินเปลี่ยนไปใช้เครื่องหมายลูกโลก  อันหมายถึงการเดินทางเป็นระยะทางรอบโลกของกองบิน ๖ ในการส่งกำลังพลและเครื่องบินไปช่วยเหลือการรบกับกำลังสหประชาชาติ...

ที่มา : สีเครื่องหมายเครื่องบินไทย  หน้าที่ ๖๙ โดยพ.อ.อ. รัชต์  รัตนวิจารณ์

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-07-01 09:23:52 IP : 125.24.6.173


ความคิดเห็นที่ 2 (1286329)

            ต่อเนื่องจากค.ห.ที่ ๑ กันเลยครับ...ตราสัญลักษณ์แถวบนเป็นแบบแรกที่ออกแบบโดยร.อ. ม.ร.ว. คำพูน  ทองแถม (ยศในขณะนั้น)  ส่วนตราสัญลักษณ์แถวล่างเป็นแบบที่ใช้กันในปัจจุบัน

...ขอบคุณคุณกฤตครับ...

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-07-01 15:28:03 IP : 125.24.3.96


ความคิดเห็นที่ 3 (1346117)

            เมื่อวันพุธที่ ๙ ก.ย.๒๕๕๒...พล.อ.อ.อิทธพร  ศุภวงศ์  ผู้บัญชาการทหารอากาศ  ได้เป็นประธานในพิธีต้อนรับเครื่องบินพระราชพาหนะแบบ ATR 72 - 500 ณ ลานจอดอากาศยาน  ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ  โดยในเวลา ๐๙.๑๙ น. เครื่องบินลำดังกล่าวพร้อมนักบิน ๘ นาย  ได้ร่อนลงที่รันเวย์ทิศเหนือ  ในเที่ยวบินแรกที่ถือเป็นเที่ยวบินนำส่งเครื่องพระราชทาน หลังจากได้มีการส่งมอบจากบริษัทผู้ผลิตจองประเทศฝรั่งเศสมาก่อนหน้านี้

            สำหรับโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางจำนวน ๔ เครื่อง เพื่อบรรจุเป็นเครื่องบินพระราชพาหนะ ๑ เครื่อง เครื่องบินสำรองพระราชพาหนะสำรอง ๑ เครื่อง และ เครื่องบินสำหรับรับ - ส่งบุคคลสำคัญหรือวีไอพี ๒ เครื่อง โดยคณะรัฐมนตรีสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการดำเนินการจัดซื้อและคณะกรรมการคัดเลือกแบบเห็นชอบในการจัดซื้อเครื่องบินรุ่นดังกล่าวจากบริษัท อาวิลอน เดอ ทรานสปอร์ต ริจินัล (AVIONS DE TRANSPORT REGIONAL : ATR) ประเทศฝรั่งเศส จำนวน ๔ เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายใน เครื่องมือภาคพื้นอะไหล่ การฝึกอบรมและการสร้างโรงเก็บมาตรฐานจำนวน ๒ โรง วงเงินงบประมาณ ๓,๖๕๐ ล้านบาท โดยเครื่องบินทั้งหมดจะเข้าประจำการที่ฝูงบิน ๖๐๓

            ผบ.ทอ.กล่าวว่า...สาเหตุที่ ทอ. จัดหาเครื่องบินขนาดกลางก็เพื่อสนับสนุนภารกิจเครื่องบินพระราชพาหนะ เพราะเครื่องบินพระราชพาหนะ และเครื่องบินสำรองพระราชพาหนะที่ประจำการอยู่ เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ จึงมีข้อขัดข้องในการสนองภารกิจ คือ ไม่สามารถเดินทางไปสนามบินในประเทศที่มีรันเวย์สั้นได้ โดยขณะนี้กองทัพอากาศได้แก้ไขปัญหาโดยการใช้เครื่องบินลำเลียง C - 130 เข้าปฏิบัติการทดแทนในบางภารกิจ อีกทั้งพระราชกิจของแต่ละพระองค์มากขึ้น แต่เครื่องบินที่ประจำการอยู่นั้นเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ ไม่สามารถขึ้นลงในบางสนามบินที่รันเวย์ค่อนข้างสั้นได้ ฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะต้องจัดหาเครื่องบินพระราชพาหนะขนาดกลางที่ขึ้นลงได้ทุกสนามบิน

 

            ผบ.ทอ.กล่าวต่อว่า...ขณะนี้ ทอ. มี

  • เครื่องบินพระราชพาหนะแบบ BOEING 737 - 800 เข้าประจำการตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จำนวน ๑ ลำ
  • เครื่องบินพระที่นั่งสำรองแบบ AIRBUS 310 - 300 เข้าประจำการตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ จำนวน ๑ ลำ
  • เครื่องบินบุคคลสำคัญแบบ AIRBUS - 319CJ จำนวน ๑ ลำ

            ดังนั้นการจัดหาเครื่องบินรุ่นนี้ได้ของบประมาณจากสำนักนายกรัฐมนตรี  ผูกผันงบประมาณ ๓ ปี (ระหว่างปีพ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๒) วงเงิน ๓,๖๕๐ ล้านบาท  ซึ่งก็ได้รับการจัดสรรจนครบ  โดยไม่ได้มีปัญหาหรือผลกระทบจากการขาดแคลนงบประมาณ

            พล.อ.อ.อิทธิพร กล่าวอีกว่า...เครื่องบินประเภทอื่นๆ ทอ.ได้รับผลกระทบเพราะถูกตัดงบประมาณ  แต่เครื่องบินพระราชพาหนะ ทอ.ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่  ดังนั้น ทอ.ได้เตรียมพร้อมในการคัดเลือกนักบินไปฝึกเป็นอย่างดี  จากพิจารณาคุณสมบัติพิเศษกว่าบุคคลทั่วไป  ดังนั้นนักบินที่ได้รับการคัดเลือกจะมี "แผนยุทธการ ๙๙๙" ที่จะคัดเลือก  รวมถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับพระบรมวงศานุวงษ์  ดังนั้นการคัดเลือกนักบิน โดยเฉพาะนักบินที่ ๑ จะต้องมีชั่วโมงบินอย่างต่ำไม่น้อยกว่า ๑.๖ พันชั่วโมง และต้องมีชั่วโมงบินเฉพาะกับเครื่องบินหลายเครื่องยนต์หรือสองเครื่องยนต์ขึ้นไปไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ชั่วโมง

            ผบ.ทอ. กล่าวด้วยว่า...ที่สำคัญคือนักบินที่ ๑ ต้องมีชั่วโมงบินกับเครื่องบินเฉพาะแบบ  คือ  ATR อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ ชั่วโมง  เพื่อให้มีความพร้อมและนักบินมีความรู้ความสามารถจริงๆก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งคิดว่าประมาณ ๘ - ๑๐ เดือนขึ้นไป  ถึงจะทำการฝึกนักบินและเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมและมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนที่จะเป็นนักบินพระราชพาหนะ ที่ต้องมีความปลอดภัยสูงสุด  ขั้นตอนต่อไปคือการฝึกบินให้มีความพร้อมต่อไปก็จะทูลเกล้าฯ ถวาย อีกครั้งหนึ่ง

 

ขอขอบคุณ : บทสัมภาษณ์จาก นสพ.ไทยรัฐ (ออนไลน์) ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๒ ก.ย.๒๕๕๒

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-09-12 17:12:44 IP : 125.24.19.12


ความคิดเห็นที่ 4 (3024689)

            วันที่ ๑๘ พ.ย.๒๕๕๗  พล.อ.อ. ศิวเกียรติ์ ชเยมะ  ผช.ผบ.ทอ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเตรียมรับเครื่องบินรับ ส่งบุคคลสำคัญ  เป็นประธานในพิธีรับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องบิน AIRBUS ACJ 320 (GREEN AIRCRAFT) ณ บริษัท AIRBUS S.A.S. เมืองตูลูส (TOULOUSE) สาธารณรัฐฝรั่งเศส

            เครื่องบินลำเลียงแบบใหม่ของกองทัพอากาศนี้มีมูลค่าจัดซื้อ ๓,๔๓๕,๘๐๐,๐๐๐ บาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ มิ.ย.๒๕๕๖)  โดยจะได้รับการบรรจุประจำการในฝูงบิน ๖๐๒ รักษาพระองค์ฯ  กองบิน ๖  ดอนเมือง  ในภารกิจเครื่องบินพระราชพาหนะสำรองและเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศ  โดยปัจจุบัน ทอ.ได้จัด

  • บ.ลำเลียงแบบ BOEING 737 - 800 ถวายเป็น บ.พระราชพาหนะหลัก
  • บ.ลำเลียงแบบ AIRBUS A 310 เป็น บ.พระราชพาหนะสำรอง
  • บ.ลำเลียงแบบ AIRBUS 319CJ เป็น บ.รับ - ส่งบุคคลสำคัญและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

            วันพุธที่ ๑๗ มิ.ย.๒๕๕๘  พล.อ.อ. ตรีทศ  สนแจ้ง ผบ.ทอ.พร้อมด้วยภริยา น.อ.หญิง อุดมลักษณ์  สนแจ้ง  นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศร่วมพิธีรับมอบ บ.รับ - ส่งบุคคลสำคัญแบบ AIRBUS ACJ 320 บริษัท AIRBUS S.A.S. ณ เมืองตูลูส  สาธารณรัฐฝรั่งเศส

            เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิ.ย.๒๕๕๘  พล.อ.อ. อานนท์  จารยะพันธุ์  รอง ผบ.ทอ เป็นประธานในพิธีต้อนรับเที่ยวบินนำส่ง บ.รับ - ส่งบุคคลสำคัญแบบ AIRBUS ACJ 320 จากบริษัท AIRBUS ณ ท่าอากาศยานทหาร ๒  กองบิน ๖  ดอนเมือง

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-08-21 14:49:34 IP : 125.25.61.6


ความคิดเห็นที่ 5 (4045436)

 AIRBUS A310 - 300  THE  FINAL  FLIGHT

            เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มี.ค.๒๕๕๙  เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๓  [ บ.ล.๑๓ : AIRBUS A310 - 324 ]  ได้ปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย

            ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ กองทัพอากาศในสมัยนั้นได้พิจารณาจัดหาเครื่องบินลำเลียงแบบ AIRBUS 310 - 324 จากประเทศฝรั่งเศส จำนวน ๑ เครื่อง  เพื่อใช้ในภารกิจเป็นเครื่องบินโดยสารสำหรับบุคคลทั่วไป  และเพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๐ [ บ.ล.๑๐ : DC - 8 ] จำนวน ๓ เครื่องที่ปลดประจำการ  ซึ่งคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นชอบให้ ทอ.ดำเนินการ  โดยการจัดหาเครื่องบินลำเลียงนี้จะมีการจดทะเบียนพานิชย์ (HS) ในประเทศไทยด้วย  เครื่องบินเข้าสู่สายการผลิตและติดตั้งระบบต่างๆจนถือว่าเสร็จสมบูรณ์ตามขั้นตอนและส่งมอบให้ ทอ.เมื่อเดือน พ.ย. ๒๕๓๔ ภายหลังจากนักบินและเจ้าหน้าที่ของ ทอ.ที่เข้ารับการฝึกอบรมในส่วนต่างๆที่บริษัท AIRBUS และพร้อมแล้วจึงเตรียมนำเครื่องบินเครื่องนี้กลับประเทศไทย

            กระทั่งเมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค.๒๕๓๔ เครื่องบินลำเลียงแบบ AIRBUS 310 - 324 จดทะเบียน HS-TYQ เดินทางมาถึงดอนเมือง  นับว่าเป็นเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีการบินที่ทันสมัย  ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์รุ่น PW4152 จำนวน ๒ เครื่องยนต์  แรงขับ ๕๒,๐๐๐ ปอนด์  มีที่นั่งผู้โดยสารรวม ๑๕๖ ที่นั่ง ได้รับการบรรจุเป็น “เครื่องบินพระราชพาหนะ” ในช่วงแรก พ่นสีหางเป็นสีพิเศษ “สีส้ม” และกำหนดหมายเลขหางเป็น 44 - 444 หรือวิหกตองสี่  บรรจุประจำการในฝูงบิน ๖๐๒ กองบิน ๖  ดอนเมือง  กำหนดชื่อเรียกว่า “เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๓  [บ.ล.๑๓ : AIRBUS 310 - 324 ] ขึ้นทะเบียน ทอ.ว่า บ.ล.๑๓-๑/๓๔

            ต่อมาภายหลัง ทอ.ได้ลดภารกิจจากเครื่องบินพระราชพาหนะ  เป็นเครื่องบินพระราชพาหนะสำรอง  และเป็นเครื่องบินลำเลียงบุคคลสำคัญ  โดยเปลี่ยนสีหางจากสีส้มพิเศษ  เป็นหางสีฟ้า  แต่ยังคงหมายเลข 44 - 444  จนกระทั่งหลังปี พ.ศ.๒๕๔๐ ได้กำหนดจัดอัตราเครื่องบินในกองบิน ๖ ใหม่ และเปลี่ยนหมายเลข จาก 44  -444 (เลข 44 - 444 ต่อมานำไปใช้กับ BOEING 737-400 แทน) เป็น ๖๐๒๐๒ และปัจจุบันเปลี่ยนหมายเลขเป็น ๖๐๒๐๑ แต่ยังคงประจำการอยู่ในฝูงบิน ๖๐๒ รักษาพระองค์ฯ  กองบิน ๖  จนกระทั่งปลดประจำการ

  

 

ขอขอบคุณ : rach1968.blogspot.com / แหล่งสืบค้นข้อมูล

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2017-03-26 16:06:44 IP : 101.109.243.253


ความคิดเห็นที่ 6 (4045445)

            เมื่อวันพุธที่ ๓๑ มี.ค.๒๕๕๙ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานในพิธีบรรจุเข้าประจำการเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑๘  [ บ.ล.๑๘ : SSJ 100/95LR ] หรือ Sukhoi Superjet 100/95LR จำนวน ๒ เครื่อง ณ ท่าอากาศยานทหาร ๒ กองบิน ๖  ดอนเมือง  พร้อมด้วยพล.อ.อุดมเดช  สีตบุตร รมต.กระทรวงกลาโหมให้เกียรติเข้าร่วมพิธี  โดยมี พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.พร้อมคณะให้การต้อนรับ

            ในการนี้ได้อาราธนาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  ซึ่งประธานฝ่ายสงฆ์  ได้ทำการเจิมและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับเครื่องบินทั้ง ๒ เครื่อง  ซึ่งจะเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน ๖๐๓ กองบิน ๖ และพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายต่อไป

 

 

 

  

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2017-03-26 17:34:54 IP : 101.109.243.253


ความคิดเห็นที่ 7 (4045580)

            วันจันทร์ที่ ๑๖ พ.ค.๒๕๕๙ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  เพื่อส่งสารสนเทศรายการที่เกี่ยวโยงกัน  ใจความว่า...ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ ๕ - ๒๕๕๙  อนุมัติให้ทางบริษัทขายเครื่องบิน AIRBUS 340 - 500 ทะเบียน 698 HS - TLC นาม "พิษณุโลก" จำนวน ๑ ลำแบบแพ็คเกจรวมเครื่องยนต์อะไหล่ ๑ เครื่องยนต์ (ESN 71270) และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีเพื่อการใช้งานเครื่องบิน  พร้อมพ่นสี  ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมช่าง  นักบิน  และลูกเรือ  ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงที่นั่งพร้อมระบบที่เกี่ยวข้อง  เพื่อนำเครื่องบินกลับมาใช้งานให้กับกองทัพอากาศ

             ทั้งนี้มี พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.(ฝ่ายผู้ซื้อ) ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (ฝ่ายผู้ขาย) ซึ่งมีฐานะเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเป็นบุคคลเดียวกัน  แต่ใช้ตำแหน่งต่างกันในการซื้อขาย

            สารสนเทศระบุคาดว่าจะลงนามในสัญญาให้ได้ภายในเดือน มิ.ย.๒๕๕๙ และจะรับชำระเงินจาก ทอ.๔ งวดในปีพ.ศ.๒๕๕๙ และ ๕ งวดในปีพ.ศ.๒๕๖๐  ในสารสนเทศยังระบุอีกว่าผลประโยชน์ที่คาดว่าทางบริษัทจะได้รับคือได้จำหน่ายเครื่องบินที่ปลดประวางแล้วและให้ ทอ.นำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนภารกิจของรัฐ  โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่าการเข้าทำรายการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท  โดยเป็นการขายเครื่องบินออกตามแผนปฏิรูป  และบริษัทสามารถนำเงินที่ได้จากการขายมาใช้ในกิจการของบริษัทได้  โดยไม่มีคณะกรรมการคนใดมีความเห็นแตกต่าง

            วันพฤหัสบดีที่ ๘ ก.ย.๒๕๕๙ เวลา ๑๗.๒๖น. เครื่องบินลำเลียงแบบ Airbus A340 - 500 ในเครื่องหมายกองทัพอากาศไทย ( ๖๐๒๐๔ ทะเบียนHS-TLC ) เหินฟ้าเป็นครั้งแรก  ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง  นับว่าเป็นเครื่องบินเจ็ตลำเลียง ๔ เครื่องยนต์แบบที่สองของ ทอ.ต่อจากเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 10 [ [บ.ล.๑๐ : DC - 8 ] มื่อยี่สิบปีที่แล้ว

            สำหรับเครื่องบินลำเลียงแบบนี้ได้จดทะเบียนสากลไว้  ซึ่งสามารถใช้ทำการบินไปยังต่างประเทศได้สะดวกกว่าการใช้เครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่มีข้อจำกัดและขั้นตอนการขออนุญาตเข้าหรือบินผ่านน่านฟ้าบางประเทศ  สามารถบินไปรับพี่น้องประชาชนชาวไทยในต่างแดนในยามที่เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ  การเมือง  สงคราม ฯลฯ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น  นอกจากนึ้ยังใช้เป็นเครื่องบินที่จะนำคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมหรือเชื่อมสัมพันธ์กับชาติต่างๆในทวีปอเมริกา หรือยุโรป ได้คล่องตัวและเป็นศักดิ์ศรีของคนไทยอีกด้วย อีกทั้งยังจะเป็นเครื่องบินที่มีพิสัยบินไกล จะทำให้กำลังพลของกองทัพอากาศไทยได้สามารถเข้าร่วมการฝึกร่วมกับมิตรประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียได้สะดวกขึ้น  นอกเหนือจากการใช้ในภารกิจที่สำคัญอื่นๆ รวมถึงการบินรับส่งเสด็จฯ ในต่างประเทศตามภารกิจของ ทอ.

           วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ก.ย.๒๕๕๙ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.เป็นประธานในพิธีต้อนรับเครื่องบินลำเลียงแบบที่  ๑๙  [ บ.ล.๑๙ : AIRBUS 340 - 500 ] จำนวน ๑ เครื่อง ณ ฝูงบิน ๖๐๒รักษาพระองค์ฯ  กองบิน ๖  ดอนเมือง

 

ขอขอบคุณ : rach1968.blogspot.com / แหล่งสืบค้นข้อมูล

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2017-03-27 14:01:11 IP : 182.52.151.199



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.