ReadyPlanet.com


Patch นี้มีเรื่องราว (การฝึกและร่วมผสมของ ทอ.)...๒๓


            การแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีประจำปี (Air  Tactical  Operations  Competition)  ได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบเป็นประจำทุกปี  เพื่อให้สอดคล้องครอบคลุมกับภารกิจของกองทัพอากาศ  ทั้งในการปฏิบัติการทางทหารและการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือสงครามมากยิ่งขึ้น

  

            สำหรับการแข่งขันการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีประจำปี ๒๕๕๓  กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ ๑ - ๒๕ พ.ย.๒๕๕๓ ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศน้ำพอง, สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล  และพื้นที่การฝึกของกองบิน ๑, ๒, ๔, ๕, ๖, ๒๓, ๔๑ และรร.การบินโดยได้กำหนดให้มีการแข่งขัน ๑๑ ประเภท

(๑)  การใช้อาวุธแบบกระสวนมูลฐาน (Basic  Box  Pattern) จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ ๑๐๒ : บข.๑๙ ก [ F - 16A/B  ADF ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๑๐๓ : บข.๑๙ ก  [ F - 16A/B ]
  • ฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ ๒๑๑ : บข.๑๘ ก/ข/ค [ F - 5B/E/F ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๒๓๑ : บ.จ.๗ [ ALPHA  JET ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๐๑ : บ.ขฝ.๑ [ L - 39ZA/ART ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๐๓ : บข.๑๙ ก  [ F - 16A/B ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๑๑ : บ.ขฝ.๑ [ L - 39ZA/ART ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๗๐๑ : บข.๑๘ ข [ F - 5E ]

 

(๒)  การใช้อาวุธทางอากาศยุทธวิธีประเภทระเบิด (Air  Strike)

            เป็นการแข่งขันระหว่างฝูงบินที่มีภารกิจการโจมตีตอบโต้ทางอากาศและการโจมตีขัดขวางทางอากาศ  โดยหมู่บินยุทธวิธีจำนวน ๔ เครื่องจะรับคำสั่งยุทธการย่อยที่เป็นโจทย์ให้วางแผนเพื่อทำลายเป้าหมายที่มีการต่อต้านอย่างหนาแน่นจากข้าศึก  โดยจะต้องนำระเบิดไปทิ้งยังเป้าหมายตามเวลาที่กำหนด (TOT) และหลบหลีกการต่อต้านของข้าศึกจากระบบป้องกันภัยทางอากาศต่างๆ  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ ๑๐๒ : บ.ข.๑๙ ก [ F - 16A/B ADF ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่่ ๑๐๓ : บ.ข.๑๙ ก [ F - 16A/B ]
  • ฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ ๒๑๑ : บ.ข.๑๘ ก/ข/ค [ F - 5B/E/F ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๐๓ : บ.ข.๑๙ ก [ F - 16A/B ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๗๐๑ : บ.ข.๑๘ ข/ค [ F - 5E/F ]

   

 

(๓)  การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close  Air  Support)

            เป็นการจัดฝูงบินที่มีภารกิจปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น  โดยหมู่บินยุทธวิธีจำนวน ๔ เครื่อง  จะรับคำสั่งยุทธการย่อยที่เป็นโจทย์ให้วางแผนเพื่อทำลายเป้าหมายภาคพื้นดินตามที่ได้รับการร้องขอการสนับสนุนจากกำลังภาคพื้นของเหล่าทัพอื่น  โดยได้กำหนดให้เครื่องบินโจมตีแบบ ALPHAJET ทำหน้าที่นี้  ซึ่งหมู่บินที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องทิ้งระเบิดตามเวลาที่กำหนดกับหน่วยภาคพื้นและหลบหลีกการต่อต้านของข้าศึก  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๒๓๑ : บ.จ.๗ [ ALPHA  JET ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๐๑ : บ.ขฝ.๑ [ L-39ZA/ART ]
  • ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๑๑ : บ.ขฝ.๑ [ L-39ZA/ART ]

 

 

(๔)  การลำเลียงทางอากาศยุทธวิธี (Tactical Airlift)

            เป็นการแข่งขันของฝูงบินที่มีภารกิจการบินลำเลียงทางอากาศ  โดยจัดแยกออกเป็นชุดปฏิบัติการ  แล้วให้มาแข่งขันกันโดยใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ C-130H เข้าร่วมการแข่งขันโดยการทิ้งบริภัณฑ์ (CDS"SATB) จำนวน ๒ ชุดลงในพิกัดที่นัดหมายกับหน่วยภาคพื้นให้ตรงตามเวลาที่กำหนด  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบิน ๖๐๑ : บ.ล.๘ [ C-130H ]

 

(๕)  การบินค้นหาและช่วยชีวิต (Search And Rescue)

            เป็นการจัดฝูงบินที่มีภารกิจการช่วยเหลือและกู้ภัยจากฝูงบิน ๒๐๓ และฝูงบิน ๒๐๑ รักษาพระองค์เข้าร่วมการแข่งขัน  โดยจะแข่งขันประเมินค่าในการค้นหาและช่วยเหลือของชุดปฏิบัติการแต่ละชุดที่จะประกอบด้วย  นักบิน  ช่างอากาศ  สื่อสาร  และเจ้าหน้าที่ PJ ที่จะปฏิบัติตามคำสั่งให้ค้นหาเครื่องบินที่สูญหายไปหรือคาดว่าเกิดอุบัติเหตุ  ซึ่งการค้นหาต้องมีความแม่นยำและรวดเร็ว  ถูกต้องตามขั้นตอน  สามารถช่วยเหลือนักบินและเจ้าหน้าที่ที่เกิดอุบัติเหตุออกจากบริเวณดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบิน ๒๐๑ รักษาพระองค์ : ฮ.๖ ง [ BELL-412EP ]
  • ฝูงบิน ๒๐๓ : ฮ.๖ [ UH-1H ]

 

 

(๖)  การบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ (Photo Reconnaissance)

            เป็นการแข่งขันการถ่ายภาพทางอากาศซึ่งประกอบด้วยนักบิน  ต้นหน  และเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณถ่ายภาพ  โดยการประเมินค่าจากคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ตามโจทย์ที่คณะกรรมการกำหนด  เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจในปัจจุบัน  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบิน ๔๐๒ : บ.ตล.๗ และ บ.ตล.๑๒ [ ARAVA & LEARJET ]
  • ฝูงบิน ๔๖๑ : บ.ล.๙ [ NOMAD ]
  • ฝูงบิน ๕๐๑ : บ.จธ.๒ [ AU-23A ]

   

 

(๗)  การควบคุมไฟป่า (Fire  Fighting) จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบิน ๔๖๑ : บ.ล.๒ ก [ BT-67 ]
  • ฝูงบิน ๖๐๑ : บ.ล.๘ [ C-130H ]

 

 

(๘)  การป้องกันทางอากาศ (Air  Defense)

            เป็นการแข่งขันเพื่อประเมินค่าเจ้าหน้าที่ในภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศด้วยจรวดต่อสู้อากาศยานแบบ RBS-70 QW-2  รวมไปถึงระบบต่อสู้อากาศยานของปืนต่อสู้อากาศยานแบบเมาเซอร์ขนาด ๓๐ มม.  โดยจะเป็นการพิจารณาจากผลการทำลายเครื่องบินข้าศึก  เทคนิคและยุทธวิธีในการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่  จัดกำลังจาก

  • กองพันทหารอากาศโยธิน  กองบิน ๑
  • กรมทหารต่อสู้อากาศยาน  รักษาพระองค์

 

 

(๙)  การประเมินค่าเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบิน (Turn  Around  Time)

            เป็นการประเมินค่าเจ้าหน้าที่ช่างอากาศ, สื่อสาร  และสรรพาวุธ  จากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกตาม

 

(๑) ในภารกิจสนับสนุนการใช้อาวุธทางอากาศยุทธวิธีของเครื่องบินขับไล่ - โจมตี

 

(๑๐)  การบินรับ - ส่งข่าวสาร  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบิน ๖๐๔ : บ.ฝ.๒๐ [ DA-42 ]
  • ฝูงฝึกขั้นต้น : บ.ฝ.๑๖ [ CT-4 ]
  • ฝูงฝึกขั้นปลาย บ.ฝ.๑๙ [ PC-9 ]

 

(๑๑)  ความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ VVIP  จัดอากาศยานจาก

  • ฝูงบิน ๖๐๒ รักษาพระองค์ : บ.ล.๑๑ ค, บ.ล.๑๓ และ บ.ล.๑๕ [ BOEING 737-800, AIRBUS - 310, AIRBUS - 319CJ ]
  • ฝูงบิน ๖๐๓ : บ.ล.๑๖ [ ATR 72-500 ]

 



ผู้ตั้งกระทู้ ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-12-09 17:46:19 IP : 125.24.15.189


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3009731)

 

 

ความเป็นมาของการฝึก

           ในอดีตที่ผ่านมาได้มีการปฏิบัติของโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ตามแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย  ซึ่งรัฐบาลทั้งสองประเทศได้พยายามหาทางปราบปราม  แต่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จนัก

            ปี พ.ศ.๒๕๑๐ - ๒๕๑๙ รัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียได้จัดให้มีการปราบปรามโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ร่วมกันในรูปแบบยุทธการผสมขึ้น (แต่จัดเฉพาะกำลังทางบกเท่านั้น) เช่น  ยุทธการสวัสดี, ยุทธการซาลาม, ยุทธการสวัสดี - ซาลาม, ยุทธการไชโย

            กระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๒๐ - ๒๕๒๑ ได้เริ่มทำการปราบปรามเป็นยุทธการผสมขนาดใหญ่  โดยใช้กำลังทางอากาศเฉพาะของ ทอ.ไทยเข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติจนได้ผลเป็นอย่างดี  เกิดเป็นแนวความคิดที่จะใช้กำลังทางอากาศของทั้งสองประเทศร่วมกัน  จึงได้มีการจัดทำระเบียบปฏิบัติ (Combined  Instruction  and  Air  Standing  Operational  Procedure : CIASOP) ขึ้น

            ปี พ.ศ.๒๕๒๔ ได้ทำการฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command  Post  Exercise : CPX) ทั้งทางอากาศ - ทางภาคพื้นดิน  เรียกชื่อการฝึกนี้ว่า "Exercise  Air  Ground  THAMAL" โดยผลการฝึกเป็นที่น่าพอใจ  จนในปีต่อมาได้มีการใช้กำลังทางอากาศของทั้งสองประเทศเข้าร่วมการฝึกด้วย  ภายใต้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการชายแดนทั่วไป  โดยให้คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคเป็นผู้ดำเนินการ  และได้ทำการฝึกมาทุกปี  โดยให้สองประเทศผลัดกันเป็นเจ้าภาพและตั้งกองอำนวยการฝึกทั้งในฐานทัพอากาศไทยและมาเลเซียสลับกันไป

 

ลักษณะการฝึก

            เป็นการฝึกปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีผสมระหว่าง ทอ.ไทย - ทอ.มาเลเซีย  โดยไม่มีการจัดข้าศึกสมมุติ  ดำเนินการฝึกเพื่อเตรียมและสนับสนุนปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย  มาเลเซีย  ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค

 

พื้นที่การฝึก

            บริเวณแนวชายแดนไม่เกิน ๑๕ ไมล์ทะเลจากแนวเขตแดนของทั้งสองประเทศ  การฝึกดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๕ จนถึงขณะนี้ (ปี พ.ศ.๒๕๕๗) แล้วจำนวน ๒๔ ครั้ง  โดยสองประเทศผลัดกันเป็นเจ้าภาพ  ฝ่ายประเทศมาเลเซียใช้ฐานทัพอากาศ BUTTERWORTH เป็นที่วางกำลัง

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-09 19:29:40 IP : 101.109.204.58


ความคิดเห็นที่ 2 (3009744)

  

 

ความเป็นมาของการฝึก

            ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ - ๒๕๓๗ ทอ.ไทยได้เริ่มจัดการฝึกผสม "AIR  THAISING" ร่วม ทอ.สิงคโปร์ ณ กองบิน ๑  โคราช  และจัดมาเป็นประจำทุกปีโดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ  กล่าวคือการฝึกภาคที่บังคับการ (Command  Post  Exercise : CPX) ทำการฝึก ณ ประเทศสิงคโปร์  ส่วนการฝึกภาคปฏิบัติการบิน (Air  Maneuvering  Exercise : AMX) ทำการฝึกในประเทศไทย  รวมทั้งสิ้น ๑๒ ครั้ง

            ในขณะเดียวกัน  ทอ.ได้ส่งกำลังเข้าร่วมฝึกผสมหลายฝ่าย COPE  THUNDER ร่วมกับ ทอ.สหรัฐฯ และ ทอ.มิตรประเทศอื่นๆ ณ ฐานทัพอากาศ CLARK ประเทศฟิลิปปินส์  เป็นประจำทุกปี

           ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๔ เกิดสถานการณ์ทางการเมือง  และภัยธรรมชาติในประเทศฟิลิปปินส์  ทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถรักษาฐานทัพอากาศ CLARK เอาไว้ได้  เป็นเหตุให้การฝึก COPE  THUNDER ซึ่งเป็นการฝึกกำลังทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นแปซิฟิกไม่สามารถดำเนินการฝึกต่อไปได้  สหรัฐฯ จึงต้องแสวงหาพื้นที่การฝึกในภูมิภาคนี้แทนพื้นที่เดิม

           จากการประเมินพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงสำหรับการฝึกขนาดใหญ่  กรมยุทธการทหารอากาศ (ยก.ทอ.) ได้ดำเนินการตามลำดับเพื่อจัดให้การฝึกผสมหลายฝ่ายหรือพหุภาคี (Multi  Lateral  Exercise) ขึ้น  โดยคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ลงมติเมื่อวันที่ ๒๙ มิ.ย.๒๕๓๖ เห็นชอบในการฝึกพหุภาคีระหว่าง ทอ.ไทย, ทอ.สิงคโปร์, ทอ.สหรัฐฯ และ นย.สหรัฐฯ ครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๓๘ ภายใต้รหัสการฝึก "COPE  TIGER 95" อันเป็นเหตุให้การฝึก AIR  THAISING ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย

 

ลักษณะการฝึก

แบ่งออกเป็น ๒ ภาค

(๑)  ภาคที่บังคับการ (Command  Post  Exercise : CPX) ณ ฐานทัพอากาศปายาเลบาร์  ประเทศสิงคโปร์

(๒)  ภาคการบิน (Field  Training  Exercise : FTX) ณ กองบิน ๑  โคราช  และสนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล  จ.ลพบุรี

 

วัตถุประสงค์การฝึก

(๑)  เพื่อฝึกการวางแผนของหน่วยอย่างเป็นระบบในการปฏิบัติการทางอากาศแบบพหุภาคีตามหลักนิยมการใช้กำลังของ ทอ.

(๒)  เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกปฏิบัติการทางอากาศผสม อาทิ ความเป็นผู้นำ, การทำงานเป็นหมู่คณะ

(๓)  เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก

(๔)  การฝึกจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมืองระหว่างประเทศในทุกกรณี

(๕)  การฝึกเป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิค  เทคโนโลยี  และยุทธวิธีการปฏิบัติทางอากาศเท่านั้น

(๖)  การปฏิบัติการบินจะวางแผนไว้ล่วงหน้า  โดยมีสถานการณ์สมมุติเฉพาะ

 

พื้นที่การฝึก

            หน่วยบินและอากาศยานที่เข้าร่วมการฝึกทั้งหมดวางกำลัง ณ กองบิน ๑  โคราช  ส่วนหน่วยต่อสู้อากาศยานของ ทอ.ไทย และ ทอ.สิงคโปร์  วางกำลัง ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล  จ.ลพบุรี

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-09 20:20:09 IP : 101.109.204.58


ความคิดเห็นที่ 3 (3009746)

 

  

 

ความเป็นมาของการฝึก

            ขณะที่ ทอ.สหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกใช้ฐานทัพอากาศ CLARK ประเทศฟิลิปปินส์  เป็นฐานปฏิบัติการอยู่นั้น  ได้จัดให้มีการฝึก COPE  THUNDER ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙ เป็นต้นมา

             ปี พ.ศ.๒๕๒๙ ทอ.ส่งหน่วยบินเข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งแรก

            ปี พ.ศ.๒๕๓๔ ทอ.จัดเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๙ ก [บ.ข.๑๙ ก : F - 16A/B] จากกองบิน ๑ จำนวน ๘ ลำ  เข้าร่วมการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี  และเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๘ [บ.ล.๘ : C - 130H] จำนวน ๔ ลำ  สนับสนุนการเคลื่อนย้ายกำลัง

            ปี พ.ศ.๒๕๓๕ เกิดเหตุระเบิดขึ้นของภูเขาไฟ PINATUBO ทำให้ ทอ.สหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกได้เปลี่ยนมาใช้พื้นที่ฐานทัพอากาศ EIELSON  มลรัฐอลาสก้า  เป็นฐานปฏิบัติการแทน

            การฝึก COPE  THUNDER นี้จัดขึ้นเป็๋นประจำทุกปี  โดยในแต่ละปีจะมีการฝึกย่อย ๔ ครั้งๆละประมาณ ๒ สัปดาห์  โดยจะจัดฝึกช่วงเดือน ก.พ., พ.ค., มิ.ย. และ ก.ค.ของทุกปี  การฝึกแต่ละครั้ง ทอ.สหรัฐฯ จะวางกำลังหน่วยบินที่เข้าร่วมการฝึกไว้ฐานทัพอากาศสองแห่งในมลรัฐอลาสก้า คือ ฐานทัพอากาศ EIELSON และฐานทัพอากาศ ELMENDORF  และจะเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆเข้าร่วมการฝึกในลักษณะ Copoerative  Cope  Thunder (CCT) ได้เฉพาะในครั้งที่ ๓ และ ๔ เท่านั้น

            ปี พ.ศ.๒๕๔๑ ทอ.ส่งเจ้าหน้าที่ ๒ นายเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก COPE  THUNDER 98 - 3 ณ ฐานทัพอากาศ EIELSON ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๒๐ ก.๕.๔๑

            ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ทอ.จัดส่งหน่วยบิน บ.ล.๘ พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวน ๓๕ นายเข้าร่วมการฝึก  พร้อมกับการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจการบินขนส่งพัสดุ FMS.ประจำปีด้วย  ในการนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ในสายวิทยาการที่เกียวข้องเข้าร่วมสังเกตการณ์  เพื่อหาข้อมูลเตรียมการส่งหน่วยบิน บ.ข.๑๙ ก เข้าร่วมฝึกในอนาคต

            ปี พ.ศ.๒๕๔๔ ทอ.ไม่ได้เข้าร่วมการฝึก

            ปี พ.ศ.๒๕๔๙ ได้เปลี่ยนชื่อการฝึกเป็น RED  FLAG  ALASKA

 

วัตถุประสงค์การฝึก

            เพื่อให้หน่วยที่เข้าร่วมการฝึกได้เรียนรู้การวางแผนและการปฏิบัติในการใช้กำลังทางอากาศททางยุทธวิธีขนาดใหญ่  ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงการรบจริงมากที่สุด

 

พื้นที่การฝึก

            ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ตารางไมล์  โดยมีฝูงบิน ๓๕๓ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศ EIELSON เป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัดฝึก  โดยมีหน้าที่วางแผน  จัดการ  อำนวยการ  และควบคุมการฝึกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-09 21:44:14 IP : 101.109.204.58


ความคิดเห็นที่ 4 (3009748)

 

 

ความเป็นมาของการฝึก

            ๒๐ ต.ค.๒๕๒๒ ทอ.มาเลเซียและ ทอ.อินโดนิเซีย  ได้จัดให้มีการให้การฝึกร่วมผสมทางอากาศ ELANG  NALINDO ขึ้นที่ฐานทัพอากาศคุุชชิ่ง  ประเทศมาเลเซีย  และได้เชิญ พล.อ.อ. พะเนียง  กานตรัตน์ ผบ.ทอ.ในขณะนั้นไปเยี่ยมชมการฝึกด้วย  โดย พล.อ.อ. พะเนียง ได้เสนอกับ ผบ.ทอ.อินโดนิเซีย  ให้จัดการฝึกระหว่าง ทอ.ไทย กับ ทอ.อินโดนิเซีย  และได้ขออนุมัติ บก.ทหารสูงสุด (ปัจจุบันเป็นกองบัญชาการกองทัพไทย) และกระทรวงกลาโหม (กห.) เพื่อเข้าร่วมการฝึก

            ปี พ.ศ.๒๕๒๓ ทอ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการฝึกร่วมกับ ทอ.อินโดนิเซียขึ้น  มีการประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒ ก.ค.๒๕๒๓ และได้มีการประชุมต่อมาอีก ๔ ครั้ง  ที่ประชุมมีมติที่จะให้มีการฝึกร่วมครั้งแรกในต้นปี พ.ศ.๒๕๒๔  โดย ทอ.ได้ดำเนินการเสนอเรื่องขึ้นไปตามลำดับขั้น  จนในที่สุดมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ ธ.ค.๒๕๒๓ เห็นชอบและอนุมัติให้ ทอ.ไทย ทำการฝึกผสมร่วมกับ ทอ.อินโดนิเซีย  ภายใต้รหัสการฝึก ELANG  THAINESIA  โดย ทอ.ของทั้งสองประเทศเห็นชอบให้จัดฝึกทุกปี  โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ

            ปี พ.ศ.๒๕๒๗ ทอ.อินโดนิเซียประสบปัญหาด้านงบประมาณ  จึงเสนอให้ฝึก ๒ ปี/ครั้ง  และเริ่มใช้ตั้งแต่การฝึกครั้งที่ ๔ เป็นต้นมา  โดยปัจจุบันการฝึกดำเนินการ ๑๖ ครั้งแล้ว

 

วัตถุประสงค์การฝึก

(๑)  เพื่อฝึกฝ่ายอำนวยการในการปฏิบัติการทางอากาศผสม  รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการวางแผนใช้กำลังทางอากาศยุทธวิธี

(๒)  เพื่อฝึกให้นักบินคุ้นเคยกับการปฏิบัติทางอากาศยุทธวิธีร่วมกัน

(๓)  เพื่อปรับปรุงและประเมินค่าการฝึก  ให้สามารถปฏิบัติร่วมกันได้หากมีสถานการณ์จริงเกิดขึ้น

(๔)  เพิ่มเข้าความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่าง ทอ.ทั้งสองประเทศ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-09 22:19:10 IP : 101.109.204.58


ความคิดเห็นที่ 5 (3009755)

 

 

ความเป็นมาของการฝึก

            การฝึก RED  FLAG เป็๋นการฝึกวางกำลังและใช้กำลังทางอากาศที่ถือว่าเป็นการฝึกที่มีการประกอบกำลังขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  ทอ.สหรัฐฯ จัดขึ้นทุกปีๆละ ๔ ครั้ง  โดยทำการฝึกที่ฐานทัพอากาศ NELLIS มลรัฐเนวาด้า  ทั้งนี้เพราะมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับการรบจริง  และยังมีอุปกรณ์การฝึกที่สามารถควบคุม  สั่งการ  ประเมินผล  และบันทึกผลการปฏิบัติของนักบิน

            ปี พ.ศ.๒๕๒๔ ทอ.เข้าร่วมการฝึก RED  FLAG 81 - 3 เป็นครั้งแรก  โดยจัดส่งนักบิน ๑๖ นายและเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘ ข/ค [บ.ข.๑๘ ข/ค : F - 5E/F] ที่เพิ่งซื้อจากสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึก  จากนั้นเป็นต้นมา ทอ.ก็ไม่ได้เข้าร่วมการฝึกนี้อีกเลยเนื่องจากติดขัดเรื่องงบประมาณ

            ปี พ.ศ.๒๕๓๑ ทอ.จัดหาเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๙ ก [บ.ข.๑๙ ก : F - 16A/B] เข้าประจำการ  และเตรียมเข้าร่วมการฝึก RED  FLAG 91 - 3 และ RED  FLAG 96 - 2 แต่ต้องล้มเลิกไปด้วยข้อจำกัดบางประการ

            ปี พ.ศ.๒๕๔๓ ทอ.จัดซื้อเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๙ ก [บ.ข.๑๙ ก : F - 16A/B ADF] เข้าประจำการ  ทำให้ ทอ.วางแผนเข้าร่วมการฝึกได้อีกครั้ง  ทั้งนี้ได้รับความเห็นชอบจาก ทอ.สหรัฐฯ ให้เข้าร่วมการฝึก RED  FLAG 03 - 3.1  โดยใช้ บ.ข.๑๙ ก (F - 16A/B ADF) ที่กำลังจะส่งมอบให้ ทอ.ไทยราวเดือน เม.ย.๒๕๔๖ เข้าร่วมการฝึกได้ก่อน  ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณไปได้มาก

 

วัตถุประสงค์การฝึก

(๑)  เพื่อพัฒนาขีดความสามารถนักบินในยุทธวิธีการรบทางอากาศ  การใช้อาวุธทางอากาศโดยเฉพาะอาวุธนำวิถีระยะปานกลาง (Advanced  Middle  Range  Air  To  Air  Missile : AMRAAM)

(๒)  เพื่อฝึกให้มีการวางแผนในการปฏิบัติทางอากาศอย่างมีระบบตามหลักนิยม ทอ.

(๓)  พัฒนาขีดความสามารถบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึก

(๔)  เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ทอ.มิตรประเทศ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-09 23:02:59 IP : 101.109.204.58


ความคิดเห็นที่ 6 (3009838)

 

 

ความเป็นมาของการฝึก

            การฝึกร่วมผสมภายใต้รหัส COBRA  GOLD เป็นการฝึกทางทหารระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐฯ  เป็นการดำเนินความร่วมมือทางทหารในภาวะปกติระหว่างมิตรประเทศและพันธมิตรในเขตรับผิดชอบพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก  ซึ่งมีการกำหนดการฝึกไว้ล่วงหน้า  และกำหนดพื้นที่การฝึกหมุนเวียนไปตามกองทัพภาคต่างๆทั่วประเทศ  โดยมิได้มีการตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับประเทศใด  หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ  ทั้งนี้จุดหมายในการฝึกเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน  ในการมีส่วนร่วมสร้างสันติภาพของประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกมากกว่า ๔๐ ประเทศ

            ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๙๙ - ๒๕๒๑ การฝึกร่วมกันของสองประเทศได้เริ่มต้นมาจากการระหว่างกำลัง ทร.ไทย (กองเรือยุทธการและนาวิกโยธิน : กร. - นย.) และกำลัง ทร.- นย.สหรัฐฯ ในระดับไม่เกิน ๑ กองพันยกพลขึ้นบก

            ต่อมาในปีงบประมาณ ๒๕๒๒ การฝึกผสมยกพลขึ้นบกได้ถูกกำหนดชื่อการฝึกว่า PHIBTRAEX - 79

            กระทั่งใน ปี พ.ศ.๒๕๒๔ ได้ยกระดับการฝึกจากเดิมที่ไม่เกิน ๑ กองพันยกพลขึ้นบกเป็นระดับกรมผสมยกพลขึ้นบก  ใช้ชื่อการฝึกว่า PHIBTRAEX - 81

            ปี พ.ศ.๒๕๒๕ ได้รวมการฝึกร่วมผสมระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐฯ อาทิ PHIBTRAEX, SEA  SIAM, UNDERSEAL และ MINEX / EODEX เข้าด้วยกัน  และกำหนดชื่อใหม่ว่า COBRA  GOLD  82 โดยมี ทร.เป็นเจ้าภาพ  ส่วน ทอ.จัดกำลังเข้าร่วม

            ปี พ.ศ.๒๕๒๖ ทบ.จัดส่งหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งแรก  และเข้าร่วมการฝึกจวบจนปัจจุบัน

            ปี พ.ศ.๒๕๒๙ ภายใต้รหัสการฝึก COBRA  GOLD  86 ทร.ได้ขอให้ บก.สส.(กองบัญชาการกองทัพไทยในปัจจบัน) รับเป็นผู้ดำเนินการฝึก  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ บก.สส.รับผิดชอบเป็นกองอำนวยการฝึกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  การฝึกได้มีการหมุนเวียนไปตามกองทัพภาคต่างๆ  โดยจัดกำลังในรูปแบบของกองกำลังเฉพาะกิจร่วมผสม (กกล.ฉก.ร่วม/ผสม)ที่มีหน่วยการบังคับบัญชาการประกอบด้วย

  • กองกำลังทหารบกผสม (กกล.ทบ.ผสม)
  • กองกำลังทหารเรือผสม (กกล.ทร.ผสม)
  • กองกำลังนาวิกโยธินผสม (กกล.นย.ผสม)
  • กองกำลังทหารอากาศผสม (กกล.ทอ.ผสม)
  • หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษร่วมผสม (ฉก.ปพ.ร่วม/ผสม)

เป็นกำลังปฏิบัติการยุทธร่วมผสม  ภายใต้การอำนวยการยุทธของ บก.ฉก.ร่วม / ผสม (ระดับกองทัพน้อย)

 

วัตถุประสงค์การฝึก

(๑)  เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการยุทธร่วม / ผสม

(๒)  เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติในระดับของกองกำลังสหประชาชาติ

(๓)  เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการวางแผน  ควบคุม  และปฏิบัติการทางอากาศผสม

(๔)  เพื่อดำรงไว้ซึ่งขีดความสามารถของบุคลากร  และพัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(๕)  เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก 

(๖)  เพื่อดำรงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเหล่าทัพและมิตรประเทศ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-11 14:58:23 IP : 125.25.97.116


ความคิดเห็นที่ 7 (3009843)

   

 

ความเป็นมาของการฝึก

            PITCH  BLACK เป็นการฝึกร่วมทางอากาศที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดของกองทัพอากาศออเตรเลีย  โดยการฝึกจัดขึ้นเป็นประจำปีทุก ๒ ปีทางตอนเหนือของประเทศ ณ ฐานทัพอากาศดาร์วิน (DARWIN  RAAF.) และฐานทัพอากาศทินดัล (TINDAL  RAAF.)  มีกองกำลังทางอากาศหลายประเทศซึ่งมีความสัมพันธ์ทางทหารอันดีกับประเทศออสเตรเลียเข้าร่วมการฝึก อาทิ ทอ.ไทย, ทอ.มาเลเซีย, ทอ.สิงคโปร์, ทอ.นิวซีแลนด์, ทอ.อินโดนิเซีย, ทอ.สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์, ทอ.สหรัฐฯ เป็นต้น  หรือแม้แต่ ทอ.ของประเทศแถบอเมริกาเหนืออย่างแคนาดา  ประเทศทางแถบยุโรปอย่าง ทอ.อังกฤษ, ทอ.ฝรั่งเศส  และ ทอ.เยอรมันนี  บางประเทศในกลุ่มองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ต่างก็เคยเข้าร่วมการฝึกมาแล้วทั้งสิ้น

            ในส่วนของประเทศที่ไม่พร้อมจัดส่งกำลังทางอากาศเข้าร่วมการฝึก  สามารถส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมได้

 

วัตถุประสงค์การฝึก

(๑)  เพื่อฝึกการวางแผน  ติดต่อประสานการปฏิบัติ  และการส่งกำลังบำรุง  ในการวางกำลัง ณ ต่างประเทศ  สำหรับการปฏิบัติทางอากาศในห้วงเวลาจำกัด

(๒)  เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ ทอ.ในการปฏิบัติการทางอากาศผสมด้วยกำลังทางอากาศขนาดใหญ่  โดยเน้นการตอบโต้ทางอากาศเชิงรุก  ตลอดจนการควบคุมและสั่งการ

(๓)  เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับหลักนิยม  ยุทธวิธีการรบ  ระบบอาวุธ  และเทคโนโลยีที่ใช้ในการปฏิบัติทางอากาศ

(๔)  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติทางอากาศของ ทอ.โดยรวม  และพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกับ ทอ.มิตรประเทศ

(๕)  เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับ ทอ.ในระดับสากล  และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ทอ.มิตรประเทศ

 

พื้นที่การฝึก
 
           การฝึกซึ่งใช้เวลาราว ๓ สัปดาห์  โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถปฏิบัติการทางอากาศทั้งเชิงรุกและเชิงรับ  โดยแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงิน  ผลัดกันเข้าโจมตีและสกัดกั้นการโจมตีของอีกฝ่าย  ใช้ฐานทัพอากาศดาร์วิน (DARWIN  RAAF.), ฐานทัพอากาศทินดัล (TINDAL  RAAF.), สนามฝึกซ้อมแบรดชอว์ (BRADSHAW  FIELD  TRAINING)  และสนามฝึกใช้อาวุธเดลาเมียร์ (DELAMERE  RANGE) เป็นพื้นที่การฝึก
ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-11 18:38:50 IP : 125.25.119.71


ความคิดเห็นที่ 8 (3009847)

 

 

ความเป็นมาของการฝึก

            ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ทอ.ออสเตรเลียจัดเครื่องบินขับไล่/โจมตีแบบ F/A - 18 จำนวน ๒ เครื่อง  บินเดินทางมาเยือนประเทศไทย (Goodwill  Visit)  ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกร่วม THAI  BOOMERANG

            ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๓๕ การบินมาเยือนได้ขยายขอบเขตเป็นการมาฝึกบินแบบ Air  Combat  Maneuvering  Instrumentation (ACMI) ร่วมกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๙ ก [บ.ข.๑๙ ก : F - 16A/B] จำนวน ๒ - ๔ เครื่องจากฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๑๐๓  โดยใช้พื้นที่การฝึก ณ กองบิน ๑  โคราช

            นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ซึ่งเป็นการฝึกร่วมครั้งที่ ๕ ทอ.ได้เพิ่ม บ.ข.๑๙ ก จากฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ ๔๐๓ เข้าร่วมการฝึกด้วย  โดยใช้เวลาในการฝึกราว ๑ สัปดาห์  จากนั้นการฝึกจึงเปลี่ยนเป็นแบบปีเว้นปี  โดยเน้นหนักในการฝึกบินทางอากาศยุทธวิธีระหว่าง บ.F - 16A/B ของ ทอ.ไทยและ บ.F/A 18 ของ ทอ.ออสเตรเลีย  เพื่อให้นักบินของทั้งชาติได้มีประสบการณ์และความพร้อมให้สอดคล้องกับการฝึกร่วมผสม PITCH  BLACK ในปีถัดไป

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-11 19:59:28 IP : 125.25.119.71


ความคิดเห็นที่ 9 (3017291)

 

ความเป็นมาของการฝึก

            ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ทอ.ไทยและ ทบ.(รพศ) สหรัฐอเมริกาได้จัดให้การฝึกร่วมผสมของกำลังภาคพื้นด้านการปฏิบัติการพิเศษขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้รหัสการฝึก BADGE  TRAM โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคและยุทธวิธีในการปฏิบัติการพิเศษระดับผู้ปฏิบัติงาน  อีกทัั้งเป็นการเพิ่มความเข้าใจและสัมพันธไมตรีระหว่างหน่วยปฏิบัติการของสองประเทศ  ผลการฝึกครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  ทำให้เกิดการพัฒนาด้านเทคนิค  หลักนิยม  ยุทธวิธี  จึงจัดให้มีการฝึกทุกปี

            ปี พ.ศ.๒๕๓๗ สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงหน่วยที่เข้าร่วมฝึกจาก ทบ.(รพศ.) เป็นหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิค (Special  Operations  Command  Pacific : SOCPAC) และเปลี่ยนชื่อรหัสการฝึก จาก BADGE  TRAM เป็น BALANCE  TORCH

            ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจ  จึงปรับลดการฝึกเหลือเป็นปีเว้นสองปี

 

วัตถุประสงค์การฝึก

(๑)  เพื่อฝึกหน่วยกำลังภาคพื้นและกำลังทางอากาศในการปฏิบัติการผสมทางยุทธวิธี  ซึ่งครอบคลุมในเรื่องการปฏิบัติการพิเศษของหน่วยกำลังภาคพื้นและหน่วยบิน  การฝึกบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ  การบินลำเลียงทางยุทธวิธีทั้งกลางวันและกลางคืน  การบินขับไล่สกัดกั้นเครื่องบินลำเลียงที่มีขีดความสามารถในการแทรกซึมเข้ามาในประเทศ  อันเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยกำลังภาคพื้น  หน่วยบินด้านยุทธวิธี  และการปฏิบัติการผสมกับมิตรประเทศ

(๒)  เพื่อศึกษาเรียนรู้  แลกเปลี่ยน  และเพิ่มพูนประสบการณ์เจ้าหน้าที่

(๓)  เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ทอ.ไทยและกองทัพสหัรฐฯ

(๔)  ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-03-23 16:29:14 IP : 125.25.109.49


ความคิดเห็นที่ 10 (3024687)

 

ความเป็นมาการจัดแสดง 

            นิทรรศการด้านการบิน LANGKAWI  INTERNATIONAL  MARITIME  AEROSPACE : LIMA เริ่มต้นครั้งแรกในปีพ.ศ.๒๕๓๔ ด้วยการร่วมมือกันกว่า ๑๐๐ ภาคส่วนในการจัดแสดงการบิน  จนถึงวันนี้ LIMA ได้กลายเป็นหนึ่งในการจัดแสดงที่ทรงพลังที่สุดในเอเชีย

            นอกจากนี้ LIMA ยัง ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง รวมทั้งการสร้างเครือข่ายโปรแกรมและโครงสร้างพื้นฐานชั้นเยี่ยมที่ได้รับ ความนิยมจากผู้เข้าร่วมการจัดแสดงเป็นอย่างดี โดยกว่า ๙๐ของผู้เข้าร่วมการจัดแสดง LIMA ในปี ๒๐๑๓ ลงคะแนนให้ทีมผู้จัดในอัตราที่เกินความคาดหมาย

 

วัตถุประสงค์ในการจัดแสดง

(๑)  เพื่อฝึกการย้ายกำลังของเครื่องบินรบออกนอกประเทศ

(๒)  เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศได้รับรู้ขีดความสามารถการพัฒนาด้านการบินและเทคโนโลยีของเครื่องบินรบ  เครื่องบินลำเลียง  รวมทั้งยุทโธปกรณ์ที่นำเข้าร่วมแสดงการบินและจัดนิทรรศการด้านการบิน 

(๓)  เพื่อดำรงความสัมพันธ์ระหว่าง ทอ.และ ทอ.มาเลเซีย

 

พื้นที่การจัดแสดง

            จัดขึ้นที่อาคารนิทรรศการมะห์ซูรี่  และท่าเทียบเรือบริเวณใกล้เคียง

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-08-21 12:58:11 IP : 125.25.61.6


ความคิดเห็นที่ 11 (3024726)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-08-22 18:43:41 IP : 101.109.243.99


ความคิดเห็นที่ 12 (3029467)

 

            กองทัพอากาศส่งกำลังพลเข้าร่วมการประชุมวางแผนขั้นสุดท้าย (Final Planning Conference) ของการฝึกผสม Falcon Strike 2015 ระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน  โดยมี น.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา  รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน  กรมยุทธการทหารอากาศ (ยก.ทอ.) ในฐานะผู้อำนวยการฝึกกองอำนวยการฝึกผสม Falcon Strike 15 ในส่วนของ ทอ.ไทยและ Snr.Col. Jiang Mingqiu (เจี่ยง หมิง ฉิว) ในฐานะผู้อำนวยการฝึกกองอำนวยการฝึกผสม Falcon Strike 15 ในส่วน ทอ.จีน  ร่วมเป็นประธานการประชุม ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๘ ส.ค.๒๕๕๘

            สำหรับการฝึกครั้งนี้ถือเป็นการฝึกร่วมกันครั้งแรกระหว่าง ทอ.ไทยกับ ทอ.จีน ซึ่งจะมีอากาศยานที่เข้าร่วมการฝึกคือ เครื่องบินขับไล่แบบ GRIPEN 39 C/D และเครื่องบินขับไล่แบบ Su - 27  โดยจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๖ พ.ย.๒๕๕๘ ที่กองบิน ๑  โคราช

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-01-31 23:51:14 IP : 101.108.130.205


ความคิดเห็นที่ 13 (4113130)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2018-04-25 17:28:22 IP : 1.179.244.110



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.