ReadyPlanet.com


Patch นี้มีเรื่องราว (เรือหลวง)...๒๑


การตั้งชื่อเรือรบของราชนาวีไทย

 

     แต่เดิม...การตั้งชื่อเรือจะตั้งตามตัวสำคัญในนิยายที่มีความเก่งกล้า  ครั้นต่อมาก็ตั้งชื่อตามเมืองหลวงเก่า  เมืองสำคัญ  ตำบลที่สำคัญตามชายทะเล  พระนามของพระเจ้าแผ่นดินหรือบุคคลที่ทำคุณต่อชาติบ้านเมือง  โดยกำหนดว่า

  • เรือตั้งแต่ชั้นที่ ๑ - ชั้นที่ ๓ ที่มีระวางขับน้ำปกติตั้งแต่ ๑๕๐ ตันขึ้นไป  ให้ตั้งชื่อตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด  ให้ใช้คำย่อว่า "ร.ล.(เรือหลวง)" นำหน้าชื่อเรือ
  • เรือที่มีระวางขับน้ำปกติต่ำกว่า ๑๕๐ ตันลงมา  ให้ตั้งชื่อเรือด้วยอักษรย่อตามชนิดและหน้าที่เรือ  โดยมีหมายเลขเรือต่อท้ายอักษร  เช่น  เรือตรวจการณ์ลำน้ำ  ใช้ชื่อ "ต." เป็นต้น

            หลักการกำหนดหมายเลขเรือ

(๑)  หมายเลขตัวที่ ๑  แสดงประเภทเรือ (Type) ซึ่งกำหนดไว้ ๙ ประเภท

  • เรือบัญชาการและสนับสนุนการยกพลขึ้นบก  กำหนดด้วยหมายเลข 1
  • เรือดำน้ำ  กำหนดด้วยหมายเลข 2
  • เรือเร็วโจมตี  กำหนดด้วยหมายเลข 3
  • เรือพิฆาต , เรือฟริเกต , เรือคอร์เวต  กำหนดด้วยหมายเลข 4
  • เรือตรวจการณ์  กำหนดด้วยหมายเลข 5
  • เรือทุ่นระเบิด  กำหนดด้วยหมายเลข 6
  • เรือยกพลขึ้นบก  กำหนดด้วยหมายเลข 7
  • เรืออุทกศาสตร์ , เรือช่วยรบ  และเรือประเภทอื่นๆ  กำหนดด้วยหมายเลข 8
  • เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ / เครื่องบิน  กำหนดด้วยหมายเลข 9

(๒)  หมายเลขตัวที่ ๒  แสดงชั้นหรือชุด (Class) ของเรือ  โดยเรือที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกัน  จะจัดรวมไว้ในชุดเดียวกัน

(๓)  หมายเลขตัวที่ ๓  แสดงลำดับที่ของเรือในชุดนั้นๆ

           

            การตั้งชื่อเรือรบให้ถือหลักการดังต่อไปนี้

(๑)  เรือพิฆาต [ พฆ. : Detroyer ] ตั้งตามชื่อตัว , ชื่อบรรดาศักดิ์  หรือชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของชาติ  เช่น  ร.ล.พระร่วง (ปลดประจำการแล้ว)

 

(๒)  เรือฟริเกต : [ ฟก. : Frigate ] ตั้งตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญ

  • ชุดร.ล.ท่าจีน

 

  • ชุดร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

 

  • ชุดร.ล.เจ้าพระยา

 

 

  • ชุดร.ล.นเรศวร

 

  • ชุดร.ล.ตาปี

 

  • ชุดร.ล.มกุฎราชกุมาร

 

(๓)  เรือคอร์เวต [ คว. : Corvette ] ตั้งตามชื่อเมืองหลวง  หรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์

  • ชุดร.ล.รัตนโกสินทร์

 

 

(๔)  เรือเร็วโจมตีติดอาวุธนำวิถี [ รจอ. : Fast  Attack  Craft, Guided  Missile ] ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลสมัยโบราณที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้นๆ

  • ชุดร.ล.ราชฤทธิ์

    

  • ชุดร.ล.ปราบปรปักษ์

   

 

(๕)  เรือเร็วโจมตีปืนและเรือเร็วโจมตีตอร์ปิโด [ รจป.และ รจต. : Fast  Attack  Craft & Fast  Attack  Craft, Torpedo ] ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล

  • ชุดร.ล.ชลบุรี

   

 

(๖)  เรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำ [ ตกด. : Patrol  Craft, Anti  Submarine  Weapon ] ตั้งชื่อตามเรือรบในลำน้ำสมัยโบราณ  ที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่เรือนั้นๆ

  • ชุดร.ล.คำรณสินธุ์

    

 

(๗)  เรือตรวจการณ์ปืน [ ตกป. : Patrol  Gun  Boat ]  ตั้งชื่อตามอำเภอชายทะเล

  • ชุดร.ล.สัตหีบ

    

    

  • ชุดร.ล.หัวหิน

     

 

(๘)  เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง [ ตกก. : OFFSHORE  PATROL  VESSEL ]  ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล

  • ชุดร.ล.ปัตตานี

  

  • ชุดร.ล.กระบี่

 

(๙)  เรือทุ่นระเบิด  ตั้งตามชื่อสมรภูมิที่สำคัญ

  • ชุดร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่๒ )  โดยร.ล.โพธิ์สามต้นเป็นเรือกวาดทุ่นระเบิดไกลฝั่ง [ กทก. : Minesweeper, Ocean ]  ร.ล.บางแก้วและ ร.ล.ดอนเจดีย์เป็นเรือกวาดทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง [ กทฝ. : Minesweeper, Coastal ]

   

  • ชุดเรือร.ล.ถลาง  เป็นเรือสนับสนุนการต่อต้านทุ่นระเบิด [ ลตท. : Mine  Countermeatures  Support  Ship ]

  • ชุดร.ล.บางระจัน  เป็นเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง [ ลทฝ. : Minehunter, Coastal ]

 

  • ชุดร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่ ๓)   เป็นเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง

 

 

(๑๐)  เรือยกพลขึ้นบก , เรือระบายพล , เรือส่งกำลังบำรุง  และเรือลำเลียง  ตั้งตามชื่อเกาะ

  • ชุดร.ล.สีชัง  เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ [ ยพญ. : Landing  Ship, Tank ]

 

  • ชุดร.ล.อ่างทอง (ลำที่ ๒) เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่

   

 

  • ชุดร.ล.กูด  เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง [ ยพก. : Landing  Ship, Medium ]

 

  • ชุดร.ล.ปราบ  เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดเล็ก [ ยพล. : Landing  Ship, Infantry, Large ]

 

  • ชุดร.ล.นาคา  เป็นเรือสนับสนุนการยกพล [ สยพ. : Landing  Ship, Support, Large ]

  • ชุดร.ล.มัตโพน  เป็นเรือระบายพลขนาดใหญ่ [ รพญ. : Landing  Craft, Utility ]

   

   

  • ชุดร.ล.ทองแก้ว  เป็นเรือระบายพลขนาดใหญ่

 

 

  • ชุดร.ล.มันนอก  เป็นเรือระบายพลขนาดใหญ่

   

  • ชุดร.ล.มัตโพน (ลำที่ ๒)  เป็นเรือส่งกำลังบำรุงขนาดเล็ก

 

  • ชุดร.ล.อ่างทอง (ลำที่ ๓ )  เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่

 

(๑๑)  เรือสำรวจขนาดใหญ่ [ สรญ.]  ตั้งตามชื่อดาวสำคัญ

  • ชุดร.ล.จันทร

  • ชุดร.ล.ศุกร์

  • ชุดร.ล.พฤหัสบดี

 

(๑๒)  เรือใช้งานเครื่องหมายทางเรือ [ งคร. : Buoy  Tender ]    

  • ชุดร.ล.สุริยะ

 

(๑๓)  เรือลำเลียงน้ำมัน [ นม.]  ตั้งตามชื่อเกาะ  

  • ชุดร.ล.จุฬา

  

  

  • ชุดร.ล.เสม็ด

  •  ชุดร.ล.มาตรา

 

(๑๔)  เรือน้ำ 

  • ชุดร.ล.จวง

  

 

(๑๕)  เรือลากจูงขนาดกลาง [ ลจก.]  

  • ชุดร.ล.ริ้น

  

  • ชุดร.ล.แสมสาร

  

 

(๑๖)  เรือลากจูงขนาดเล็ก [ ลจล.]  

  • ชุดร.ล.กลึงบาดาล

 

(๑๗)  เรือลำเลียงเสบียง [ ลลส.]  

  • ชุดร.ล.เกล็ดแก้ว

 

(๑๘)  เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ [ สกญ.]  

  • ชุดร.ล.สิมิลัน



ผู้ตั้งกระทู้ ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2009-06-24 07:23:27 IP : 125.24.1.143


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1370911)

เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง (๑)

 

            เมื่อปีพ.ศ.๒๕๐๓...ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสยุโรปนั้น  หลังการเสด็จฯ เยี่ยมอู่ต่อเรือความเร็วสูง Luerssen Werft แห่ง Bremen สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  ได้ทรงทอดพระเนตรกิจการการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งของกองทัพเรือเยอรมัน  จึงทรงมีพระราชดำริว่า "กองทัพเรือน่าจะต่อเรือยนต์เร็วรักษาฝั่งเช่นนี้ได้  เพื่อที่จะให้เกิดความชำนาญงานและรู้จักใช้เทคนิคต่างๆอันจะเป็นการประหยัดมากกว่าการจัดหาจากต่างประเทศ" จึงทำให้กองทัพเรือโดยกรมอู่ทหารเรือรับสนองพระราชดำริโดยการต่อเรือในชุดเรือ ต.๙๑ ขึ้น  ซึ่งในระหว่างการดำเนินการนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานคำแนะนำ ตลอดจนแก้ปัญหาต่างๆอันเกิดจากกระบวนการต่อเรือ  รวมถึงทรงเป็นธุระติดต่อกับสถาบันวิจัยและทดลองแบบเรือแห่งชาติของประเทศอังกฤษ  ให้ทำการทดสอบแบบของเรือ ต.๙๑ ให้  แม้แต่การทดสอบเรือในทะเล  พระองค์ก็ทรงเสด็จฯ ไปร่วมทดสอบด้วยพระองค์เอง  ทั้งยังทรงตรวจแก้ข้อผิดพลาดต่างๆจนทำให้การต่อเรือสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

   

   

   

            ศาสตราจารย์พลเรือโท  วีรวัฒน์  วงษ์ดนตรี  อดีตเจ้ากรมอู่ทหารเรือเล่าว่า...

             ปีพ.ศ.๒๕๐๕...นาวาโท  วิเชียร  ปิ่นกุลบุตร (ยศในขณะนั้น) เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการศึกษาและออกแบบเบื้องต้นตามแนวคิดยุทธการ
 
            ปีพ.ศ.๒๕๐๙...ทรงมีพระราชประสงค์จะดัดแปลงแบบเรือพระที่นั่งให้เป็นเรือยนต์เร็วรักษาอ่าว  กองทัพเรือจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายแบบเรือที่ดัดแปลงเรียบร้อยแล้วให้ทอดพระเนตร  หลังจากนั้นก็ทรงขอให้วิศวกรจากอู่ต่อเรือ Luerssen Werft มาให้คำปรึกษาแก่กรมอู่ทหารเรือ
 
            วันที่ ๒๖ ส.ค.๒๕๑๑...โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพเรือนำเรือไปถวายให้ทอดพระเนตรที่หน้าวังไกลกังวล  ในตอนนั้นทรงทดลองตรวจสอบสมรรถนะของเรือด้วยพระองค์เอง แล้วพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยแก่เจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้อีกด้วย
 
       กรมอู่ทหารเรือได้ปรับปรุงใบจักรและตัวเรือตามพระบรมราชวินิจฉัยจนสามารถเพิ่มความเร็วของเรือจาก ๑๘ นอตเป็น ๒๐ นอต  โดยกองทัพเรือได้ตั้งชื่อเรือยนต์เร็วรักษาฝั่งลำนี้ว่า เรือ ต.๙๑ โดย
  • ต.หมายถึง  เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง
  • ๙ หมายถึง  รัชกาลที่ ๙
  • ๑ หมายถึง เป็นเรือลำที่ ๑

ผลจากความสำเร็จในการต่อเรือ ต.๙๑ นี้ทำให้กรมอู่ทหารเรือได้ต่อเรือยนต์รักษาฝั่งเพิ่มขึ้นอีก ๗ ลำ

            ๕ ธ.ค.๒๕๓๐...อันเป็นวันที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ กองทัพเรือโดยกรมอู่ทหารเรือได้ต่อเรือ ต.๙๙ น้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติ  เป็นลำที่ ๙

            ก่อนหน้าการต่อเรือใช้เอง  กองทัพเรือมีชุดเรือ ต.๑๑ จำนวน ๑๐ ลำ  อันเป็นเรือในโครงการความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ ที่เข้าประจำการมานานกว่า ๔๐ ปี  และทยอยปลดระวางตามวงรอบอายุการใช้งานตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๔๙ และจะครบ ๑๐ ลำในปีพ.ศ.๒๕๕๑

   

   

   

 

            ๑๙ เม.ย.๒๕๔๕...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง  พระราชทานแก่ผู้บังคับหมู่เรือถวายอารักขา ณ วังไกลกังวล  อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ความว่า "เรือรบขนาดใหญ่มีราคาแพงและมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานสูง  กองทัพเรือจึงควรใช้เรือที่มีขนาดเหมาะสมและสร้างได้เอง  ซึ่งเมื่อสร้างเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.๙๑ ได้แล้ว  ควรขยายแบบเรือให้ใหญ่ขึ้นและสร้างเพิ่มเติม" 

            กองทัพเรือจึงเสนอโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเพื่อทดแทนเรือ ต.๑๑ จำนวน ๓ ลำ  เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา (๕ ธ.ค.๒๕๕๐)  ในการนี้  กองทัพเรือโดยพลเรือเอก  ชุมพล  ปัจจุสานนท์  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) และคณะได้เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานแบบเรือและและข้อมูลการออกแบบเบื้องต้น เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเมื่อ ๑๙ ก.พ.๒๕๔๗  โดยทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยขนาดของเรือ  รูปร่างของเรือ  น้ำหนัก  รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงเพื่อทำให้เรือมีสมรรถนะสูงสุด  การดำเนินการต่อเรือที่ทำการจัดสร้างใหม่นี้  ได้พัฒนาแบบมาจากแบบเรือ ต.๙๙  โดยทำการขยายแบบไปทุกมิติประมาณ ๑๐% และนำแบบไปทดลองแบบจำลองเรือที่สถาบันฮัมบวร์กชิพโมเดลเบซิน  ประเทศเยอรมันนี  ว่าจากความเร็วที่ต้องการคือ ๒๗ นอต  ต้องใช้เครื่องขนาดกี่แรงม้า  จากนั้นทางสถาบันจะนำไปทดลองหาค่าให้ว่าเรือต้องใช้ขนาดเครื่องยนต์เท่าใด

            ก่อนเข้าเฝ้าฯ ๑ วัน  พลเรือตรี  ทวิช  ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา  ผู้ประสานงานสำนักราชเลขาธิการ (ในขณะนั้น)  ได้แจ้งแก่นาวาเอก  ศราวุธ  วงศ์เงินยวง  ผู้อำนวยการกองออกแบบต่อเรือ  กรมแผนการช่าง  กรมอู่ทหารเรือ  ถึงกระแสรับสั่งที่ได้พระราชทานว่า "พรุ่งนี้ทหารเรือจะมาเฝ้าฯ  นำเรื่องดีมีประโยชน์สมควรให้คนอื่นได้รับรู้  ให้นำทีวีมาถ่ายด้วย"

            กรมอู่ทหารเรือได้ปรับปรุงแบบเรือตามพระบรมราชวินิจฉัย โดยปรับปรุงลายเส้นตัวเรือส่วนท้ายที่อยู่ใต้แนวน้ำด้วยการลดความสูงของท้องเรือตลอดความยาวในแนวกลางลำและลดความกว้างของท้องเรือส่วนท้ายเพื่อรักษาตำแหน่งจุดศูนย์การลอย (longitudinal center  of  buoyancy : LCB) มิให้เคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงมากจนเกินไป  และรักษาสมดุลตามแนวยาวระหว่างจุดศูนย์กลางน้ำหนักเรือ (longitudinal center of gravity : LCG) กับจุดศูนย์การลอย  อันเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เรือเกิด "ทริม" (คือการที่หัวเรือและท้ายเรือมีระดับกินน้ำลึกแตกต่างจากที่ออกแบบ : หัวกระดกหรือท้ายกระดก)

            นอกจากนี้ยังปรับปรุงลายเส้นตัวเรือส่วนหัวที่เป็นแนวกระจายคลื่นอยู่เหนือแนวน้ำจากเดิมเป็นแนวหยักที่ตัวเรือ (knuckle) เป็นตัวเรือเรียบผายออกเข้าแนวตัวเรือส่วนเดิม  และติดตั้งแผ่นกระจายคลื่น (spray rail) ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งติดตั้งสูงต่ำได้ตามความเหมาะสมของระวางขับน้ำจริงของเรือ

            หลังการปรับปรุงตามพระบรมราชวินิจฉัย  ค่าความต้านทานของเรือที่ได้จากการคำนวณลดลงร้อยละ ๖ หมายถึง  สามารถประหยัดพลังงาน  ลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและลดภาระของเครื่องจักรขับเคลื่อน  กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ  เพิ่มความเร็วเรือให้มากขึ้นโดยใช้เครื่องยนต์ขนาดเดิม  นอกเหนือจากการทรงตัวของเรือที่ดีขึ้นนั่นเอง

            กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดสร้างเรือลำแรกคือ ต.๙๙๑ ณ อู่ทหารเรือธนบุรี  กรมอู่ทหารเรือ  ส่วนอีก ๒ ลำนั้น  กองทัพเรือได้เปิดให้บริษัทอู่เรือเอกชนประกวดราคาแข่งขันและได้ผู้ชนะ คือ บริษัทมาร์ซัน  จำกัด  รับหน้าที่ต่อเรือ ต.๙๙๒ และเรือ ต.๙๙๓  ต่อไป

   

            ๙ ก.ย.๒๕๔๘...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานและทรงประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือ ต.๙๙๑ ณ อู่ทหารเรือธนบุรี  กรมอู่ทหารเรือ  นับเป็นการตั้งต้นการสร้างเรือลำนี้อย่างเป็นทางการ

            ๓๐ เม.ย.๒๕๕๐...กองทัพเรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ไปเป็นองค์ประธานในพิธีปล่อยเรือต.๙๙๑ ลงน้ำ ณ อู่ทหารเรือธนบุรี  กรมอู่ทหารเรือ

            ๖ ก.ย.๒๕๕๐...สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีปล่อยเรือ ต.๙๙๒ และเรือ ต.๙๙๓ ลงน้ำ ณ อู่เรือบริษัทมาร์ซัน  จำกัด

 

            หลังจากเรือชุด ต.๙๙๑ ขึ้นระวางประจำการและออกปฏิบัติราชการในทะเล  ทร.ได้รวบรวมข้อมูลผลการใช้งาน  นำมาพัฒนาปรับปรุงในการสร้างเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเพิ่มเติมอีก ๓ ลำ  ในชื่อ "โครงการเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา  ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔" ในการนี้ ทร.โดยกรมอู่ทหารเรือ  ได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาไว้ ๕ ประการอันได้แก่

  • เพิ่มขนาดเรือเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย
  • เพิ่มขีดความสามารถในการทรงตัวและคงทนทะเล
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพในการหันเลี้ยว
  • ใช้ระบบขับเคลื่อนเดิมเช่นเดียวกับในเรือชุด ต.๙๙๑  และสามารถทำความเร็วได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าเรือชุด ต.๙๙๑
  • คงรูปทรงเรือใต้แนวน้ำตามที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเมื่อครั้งจัดสร้างเรือชุด ต.๙๙๑

            การสร้างเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด ต.๙๙๔ ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระรัตน์ราชสุดา  สยามบรมราชกุมารี  เสด็จฯ มาทรงประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือ ต.๙๙๔ ณ กรมอู่ทหารเรือ  เมื่อวันที่ ๒๑ มี.ค.๒๕๕๓  และทรงประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ ๑๑ ก.ค.๒๕๕๔  ส่วนเรือในชุดอีกสองลำ ทร.ได้ว่าจ้างบริษัทมาร์ซัน  จำกัด  ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือของคนไทยเป็นผู้รับดำเนินการ  อันเป็นการส่งเสริมอุสาหกรรมการต่อเรือในประเทศ

            เรือ ต.๙๙๔ ได้ทำการทดสอบในทะเลบริเวณอ่าวสัตหีบ  จ.ชลบุรี  ในระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๙ ส.ค.๒๕๕๔  โดยเรือสามารถทำความเร็วสูงสุดต่อเนื่องได้ ๓๐.๒ นอต  ที่ระวางขับน้ำ ๒๑๕ ตัน  มีความสามารถในการทรงตัวได้ดี  สามารถกลับคืนสู่สภาพตั้งตรงได้อย่างนุ่มนวลเมื่อเกิดอาการโคลง  สามารถแล่นฝ่าคลื่นในทะเลที่เข้าปะทะในทิศทางต่างๆโดยเรือไม่เสียสมดุล  สามารถรักษาเข็ม (ทิศทาง) และบังคับเลี้ยวได้อย่างคล่องแคล่ว  ทั้งทางทิศหน้าและการถอยหลัง  การเลี้ยวฉกาจที่ความเร็วสูงสุด  การแล่นซิกแซ็ก  การหยุดเรือฉุกเฉิน

            ทร.ได้ทำพิธีรับมอบเรือชุด ต.๙๙๔ เมื่อวันที่ ๒๖ ก.ย.๒๕๕๔

   

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-06 14:30:24 IP : 125.24.78.238


ความคิดเห็นที่ 2 (1370923)

เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง (๒)

 

            กองทัพเรือ (ทร.) มีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง (ตกฝ.)  สำหรับใช้ในภารกิจลาดตระเวน  ตรวจการณ์  รักษาฝั่ง  ป้องกันการแทรกซึม  คุ้มครองเรือประมง  ป้องกันและคุ้มครองทรัพยากรในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน  และการรักษากฏหมายในทะเลตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  ซึ่งเป็นภารกิจที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องทั้งในยามสงบและในยามสงคราม  รวมทั้งงานขจัดคราบน้ำมันในทะเลที่รัฐบาลให้ ทร.มีส่วนรับผิดชอบมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งการนำเรือประเภทอื่นมาใช้ในภารกิจดังกล่าวจะกระทำได้อย่างจำกัดและไม่คุ้มค่า

            เมื่อวันที่ ๑๑ มี.ค.๒๕๓๙ ทร.ได้มีคณะกรรมการจัดจ้างสร้างเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง   ได้ประกาศเชิญชวนให้บริษัทและอู่ต่อเรือทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมประกวดราคาจ้างสร้างเรือพร้อมอุปกรณ์จำนวน ๓ ลำ

            ทร.ได้ว่ากิจการร่วมค้า  บริษัท  ซิลด์ไลน์อินเตอร์เนชั่นแนล  จำกัด  และออสเตรเลียน  ซับมารีน  คอร์เปอเรชั่น  พีทีวาย  ลิมิเต็ด  สร้างเรือ ตกฝ.พร้อมอุปกรณ์จำนวน ๓ ลำดังกล่าว  ในวงเงินประมาณ ๒๑๙ ล้านบาท  ซึ่งประธานกรรมจัดจ้างสร้างเรือ ตกฝ.และพล.ร.ท. เกรียงศักดิ์  ศรีภูมิ  เสธ.ทร.ฝผก.(ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)  เป็นผู้แทน ทร.ลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือเมื่อวันที่ ๑๗ ก.ย.๒๕๓๙

            ทร.ได้วางกระดูกงูเรือทั้งสามลำ  ณ อู่เรือบริษัท  ซิลค์ไลน์  อินเตอร์เนชั่นแนล  จำกัด  จ. ประจวบคีรีขันธ์  เมื่อวันที่ ๑๒ ธ.ค.๒๕๔๐  โดยไม่มีการประกอบพิธี

            เรือ ตกฝ.ทั้งสามลำได้ถูกปล่อยลงน้ำ ณ อู่เรือบริษัท  ซิลค์ไลน์  อินเตอร์เนชั่นแนล  จำกัด  จ. ประจวบคีรีขันธ์  โดยไม่มีการประกอบพิธีดังนี้

  • เรือ ต.๘๑  ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ ๑ ก.ค.๒๕๔๒
  • เรือ ต.๘๒  ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ ๒๙ ก.ย.๒๕๔๒
  • เรือ ต.๘๓  ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ ๗ มี.ค.๒๕๔๓

            เรือ ตกฝ.ทั้งสามลำได้รับการขึ้นระวางประจำการดงันี้

  • เรือ ต.๘๑  ขึ้นระวางตั้งแต่วันที่ ๕ ส.ค.๒๕๔๒  ตามคำสั่ง กห.ที่ ๘๒๒/๒๕๔๒
  • เรือ ต.๘๒  ขึ้นระวางตั้งแต่วันที่ ๙ ธ.ค.๒๕๔๒  ตามคำสั่ง กห.ที่ ๑๘๑/๒๕๔๓
  • เรือ ต.๘๓  ขึ้นระวางตั้งแต่วันที่ ๒๗ ต.ค.๒๕๔๓  ตามคำสั่ง กห.ที่ ๒๘/๒๕๔๔

   

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-06 16:42:41 IP : 113.53.183.250


ความคิดเห็นที่ 3 (1370925)

เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง

 

            เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.๒๑๓ ประกอบด้วยเรือ ๑๔ ลำ  คือ  เรือ ต.๒๑๓ - เรือ ต.๒๒๖

            โดยเมื่อวันที่ ๒๙ ส.ค.๒๕๒๓  พลเรือเอก  กวี  สิงหะ  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ในขณะนั้น) เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือตรวจการณ์ชายฝั่ง จำนวน ๓ ลำแรก  คือ  เรือ ต.๒๑๓, เรือ ต.๒๑๔ และเรือ ต.๒๑๕  ซึ่งได้ทำการต่อโดยบริษัท  อิตาเลียนไทย  ดีเวลลอปเมนต์  คอร์ปอร์เรชั่น  จำกัด  และบริษัท  โอเรียลตัล  มารีน  และเลมิเนตส์  จำกัด ณ ท่าเทียบเรือท่าราชวรดิษฐ์

   

   

   

   

 

            จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเคลื่อนเข้าถล่มจังหวัดชายฝั่งอันดามันของประเทศไทย  เมื่อวันที่ ๒๖ ธ.ค. ๒๕๔๗   มีผลทำให้เรือ ต.๒๑๕ เสียหายอย่างหนัก  ขณะปฏิบัติภารกิจในหมู่เรือถวายความปลอดภัยทางน้ำ  บริเวณหน้าโรงแรมโรงแรมลาฟลอรา  จ.พังงา  ห่างจากฝั่งประมาณ ๑,๕๐๐ หลา  โดยมีกำลังพลประจำเรือจมน้ำเสียชีวิต  ๑ นาย คือ จ.อ. เผด็จชัย  พูลสุภาพ

            หลังจากการกู้ซากเรือ ต.๒๑๕ โดยกำลังพลจากกองเรือทุ่นระเบิด  กองเรือยุทธการ  โดยประสานการทำงานร่วมกับนักประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ และนักทำลายใต้น้ำจู่โจมจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ  กองทัพเรือได้พิจารณาแล้วพบว่าเรือไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานใหม่ได้อีก   จึงตัดสินใจปลดประจำการเรือ ต.๒๑๕ ลงในที่สุด

            ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว  กองทัพเรือได้ว่าจ้างบริษัมาร์ซัน จำกัด  สร้างเรือตรวจการณ์ชายฝั่งลำใหม่ (เรือ ต.๒๒๗) ในวงเงิน ๕๙.๗ ล้านบาท  เพื่อทดแทนเรือ ต.๒๑๕ ที่ได้รับความเสียหาย  โดยตัวเรือมีความยาว ๒๑.๓๔ เมตร  ความกว้าง ๕.๕๖ เมตร  ระวางขับน้ำเต็มที่ ๔๓ ตัน  ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๒๕ นอต  อาวุธประจำเรือประกอบด้วยปืนกล ๒๐ ม.ม. ๑ กระบอก  และปืนกล .๕๐ นิ้ว ๑ กระบอก  กำลังพลประจำเรือจำนวน ๙ นาย

            พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์  ผบ.ทร.(ในขณะนั้น) พร้อมด้วยคุณพรเพ็ญ  เกยานนท์  นายกสมาคมภริยาทหารเรือ  ซึ่งเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีล่อยเรือ ต.๒๒๗ ลงน้ำตามประเพณีของชาวเรือ ณ อู่เรือ บ. มาร์ซัน จำกัด  อ.เมือง  จ.สมุทรปราการ  เมื่อวันที่ ๑ ก.ย.๒๕๔๙

 

            เมื่อวันที่ ๑๖ พ.ค.๒๕๕๖...พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์  ผบ.ทร.เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุด ต.๒๒๘ จำนวน ๓ ลำจากนายสัญชัย  จงวิศาล  ประธานกรรมการบริษัทมาร์ซัน จำกัด  ในฐานะบริษัทผู้จัดสร้างเรือ  พร้อมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเรือและกำลังพลประจำเรือชุดใหม่ที่จะเข้าประจำการก่อนส่งมอบเรือทั้ง ๓ ลำให้อยู่ในความดูแลของ พล.ร.ต.สุรพล  คุปตะพันธ์  ผู้บัญชาการกองเรือยามฝั่ง (ผบ.กยฝ.) กองเรือยุทธการ  ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน  ฐานทัพเรือ

            ทร.ได้มีการอนุมัติจัดสร้างเรือทั้ง ๓ ลำโดยลงนามสัญญาจัดสร้างเรือทั้ง ๓ ลำเมื่อวันที่ ๑๙ ก.ค.๒๕๕๔ มีห้วงระยะเวลาการต่อเรือ ๒๖ เดือน  โดยตัวเรือถูกออกแบบมาให้มีความยาว ๒๑.๔๐ ม. กว้าง ๕.๕๖ ม. ความลึกเรือ ๓.๑๕ ม. ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องที่ระวางขับน้ำเต็มที่ไม่น้อยกว่า ๓๐ นอต  ระยะการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า ๓๕๐ ไมล์ทะเล  มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานทะเลต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๒๔ ชม. และมีกำลังพลประจำเรือตามอัตรา ๙ นาย  เรือมีขีดสามารถในการตรวจจับ  ติดตาม  พิสูจน์ทราบเป้าพื้นน้ำ  ป้องกันตัวเองจากเรือผิวน้ำและอากาศยานข้าศึกด้วยอาวุธปืนกลขนาด ๒๐ มม. ๑ กระบอกบริเวณหัวเรือ  และปืนกลขนาด .๕๐ นิ้ว ๑ กระบอก  พร้อมเครื่องยิงลูกระเบิด ๘๑ มม.ที่ถูกติดตั้งบริเวณท้ายเรือ

            เรือทั้ง ๓ ลำสามารถตอบสนองภารกิจหลักด้านการรักษอธิปไตยของชาติตลอดแนวน่านน้ำในการตรวจการณ์  สกัดกั้น  ลาดตระเวน  ป้องกันการแทรกซึมทางทะเลและชายฝั่ง  รวมถึงการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน  ถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์  ตลอดจนการคุ้มครองเรือประมง  เรือพาณิชย์  นอกจากนี้ยังเพื่อชดเชยเรือ ต.ชุดเก่าที่ได้ทยอยปลดประจำการลง

 

   

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-06 17:01:38 IP : 113.53.183.250


ความคิดเห็นที่ 4 (1424265)

การจัดกำลังทางเรือ

 (๑)  กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ (กบฮ.)

  • หมวดเรือที่ ๑ : ร.ล.จักรีนฤเบศร

 

(๒)  กองเรือดำน้ำ (กดน.)

 

 

(๓)  กองเรือฟริเกตที่ ๑ (กฟก.๑)

  • หมวดเรือที่ ๑ : ร.ล.มกุฏราชกุมาร, ร.ล.ตาปี, ร.ล.คีรีรัฐ, ร.ล.รัตนโกสินทร์  และ ร.ล.สุโขทัย
  • หมวดเรือที่ ๒ : ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย  และ ร.ล.ปิ่นเกล้า
  • หมวดเรือที่ ๓ : ร.ล.คำรณสินธุ์, ร.ล.ทยานชล  และ ร.ล.ล่องลม

  

  

  

  

  

 

(๔)  กองเรือฟริเกตที่ ๒ (กฟก.๒)

  • หมวดเรือที่ ๑ : ร.ล.เจ้าพระยา  และ ร.ล.บางปะกง
  • หมวดเรือที่ ๒ : ร.ล.กระบุรี  และ ร.ล.สายบุรี
  • หมวดเรือที่ ๓ : ร.ล.นเรศวร  และ ร.ล.ตากสิน

  

  

  

 

(๕)  กองเรือตรวจอ่าว (กตอ.)

  • หมวดเรือที่ ๑ : ร.ล.ปัตตานี, ร.ล.นราธิวาส  และ ร.ล.กระบี่
  • หมวดเรือที่ ๒ : ร.ล.ปราบปรปักษ์, ร.ล.หาญหักศัตรู, ร.ล.สู้ไพรินทร์, ร.ล.ราชฤทธิ์, ร.ล.วิทยาคม, ร.ล.อุดมเดช, ร.ล.ชลบุรี, ร.ล.สงขลา  และ ร.ล.ภูเก็ต
  • หมวดเรือที่ ๓ : ร.ล.สัตหีบ, ร.ล.คลองใหญ่, ร.ล.ตากใบ, ร.ล.กันตัง, ร.ล.เทพา, ร.ล.ท้ายเหมือง, ร.ล.หัวหิน, ร.ล.แกลง, ร.ล.ศรีราชา  และ ร.ล.แหลมสิงห์

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

 

(๖)  กองเรือยามฝั่ง (กยฝ.) หรือกองเรือป้องกันฝั่ง (กปฝ.)

  • หมวดเรือที่ ๑ : เรือ ต.๙๙๑ - ต.๙๙๓, เรือ ต.๙๙๔ - ต.๙๙๖ และเรือ ต.๑๑๑ - ต.๑๑๓
  • หมวดเรือที่ ๒ : เรือ ต.๙๑ - ต.๙๙ และเรือ ต.๘๑ - ๘๓
  • หมวดเรือที่ ๓ : เรือ ต.๒๒๗, เรือ ต.๒๒๘ - ต.๒๓๐, เรือ ต.๒๓๑, เรือ ต.๒๓๒ - ๒๓๗  และเรือ ต.๒๖๑ ๒๖๙

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

 

(๗)  กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ (กยพ.)

  • หมวดเรือที่ ๑ : ร.ล.อ่างทอง, ร.ล.สีชัง  และ ร.ล.สุรินทร์
  • หมวดเรือที่ ๒ : ร.ล.มัตโพน, ร.ล.ราวี, ร.ล.วังนอก, ร.ล.วังใน, ร.ล.มันนอก, ร.ล.มันกลาง  และ ร.ล.มันใน
  • หมวดเรือที่ ๓ : ร.ล.สิมิลัน, ร.ล.จุฬา, ร.ล.สมุย, ร.ล.ปรง, ร.ล.เปริด, ร.ล.เสม็ด, ร.ล.จวง, ร.ล.จิก, ร.ล.กลึงบาดาล, ร.ล.มารวิชัย, ร.ล.ริ้น, ร.ล.รัง, ร.ล.แสมสาร  และ ร.ล.แรด

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

 

(๘)  กองเรือทุ่นระเบิด (กทบ.)

  • หมวดเรือที่ ๑ : ยังไม่มีเรือประจำการ
  • หมวดเรือที่ ๒ : ร.ล.บางระจัน, ร.ล.หนองสาหร่าย, ร.ล.ลาดหญ้า  และ ร.ล.ท่าดินแดง
  • หมวดเรือที่ ๓ : ร.ล.ถลาง

  

  

 

(๙)  กองเรือลำน้ำ (กลน.)

 

(๑๐)  หมวดเรืออุทกศาสตร์

  • เรือสำรวจขนาดใหญ่ : ร.ล.จันทร, ร.ล.ศุกร์  และ ร.ล.พฤหัสบดี
  • เรือใช้งานเครื่องหมายทหารเรือ : ร.ล.สุริยะ

  

  

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉลามชล (thai-dot-patch-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-05-15 11:34:02 IP : 101.108.95.96



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.